ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอให้มีประสิทธิภาพ

อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่าการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอคือการเน้นให้การกระตุ้นของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบเผาผลาญ
ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อของหัวใจให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
โดยจะเน้นในเรื่องของการผลาญไขมันในร่างกายเพราะร่างกายจะดึงไขมันมาเผาผลาญจำเป็นต้องใช้ออกซิเจนช่วยในการเผาผลาญ
เวลาหายใจเข้าหัวใจก็มีหน้าที่สูบฉีดและส่งเลือดที่เป็นตัวนำออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่างๆในร่างกายเพื่อเผาผลาญไขมัน
ซึ่งวิธีการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดไม่จำเป็นต้องเร่งรีบหรือว่าใช้กำลังมากมาย เพราะอย่างที่บอกว่า
การออกกำลังกายแบบ คาร์ดิโอ เป็นการออกกำลังที่จะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้นยิ่งขึ้น
ทำให้ร่างกายมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้นอย่างมากโดยสังเกตจากการหายใจที่จะถี่กว่าปกติมากยิ่งขึ้น
ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการออกกำลังที่ใช้ปริมาณพลังระดับเบาหรือในระดับปานกลางแบบต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น
การวิ่งออกกำลังกายระยะไกล, การปั่นจักรยาน, หรือว่าการเดินเร็ว ส่วนการวิ่งแบบระยะสั้นด้วยความเร็วสูงแล้วหยุด
ถือว่าไม่ใช่การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เนื่องจากเป็นการใช้แรงเยอะและหยุดพัก
เพราะคาร์ดิโอนั้นจะเน้นในเรื่องของการขยับร่างกายที่ต่อเนื่อง
ส่วนประโยชน์ของการออกกำลังกายแบบ คาร์ดิโอ
นั้นมีอยู่มากมายเรียกได้ว่าถ้าทำอย่างถูกวิธีมีแต่ข้อดีอย่างแน่นอน
ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ที่ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น ช่วยลดความเครียด ผ่อนคลายโรคซึมเศร้า,
ช่วยบำรุงการไหลเวียนของเลือดในร่างกายดีขึ้น
ช่วยให้ความดันโลหิตลดลง, ลดโอกาสการเกิดการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน
โรคเส้นเลือดม,ช่วยทำให้ระบบอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ รวมถึงปอด มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น
ในส่วนของการลดน้ำหนักหากออกกำลังแบบคาร์ดิโอร่วมกับการควบคุมอาหาร จะช่วยให้ลดน้ำหนักและควบคุมน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้น
รวมไปถึงาหากฝึกคาร์ดิโอแบบระยะยาวยังสามารถที่จะช่วยให้ลดอาการอ่อนเพลียสุขภาพดีขึ้น,
สร้างภูมิคุ้มกันลดคลอเรสตอรอลในร่างกายและลดโอกาสในการเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานและความดันด้วย
ส่วนการออกกำลังกาบแบบคาร์ดิโอสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มออกำลังกายให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด …

สำหรับสาเหตุของโรคเบาหวาน

โดยระบบการเผาผลาญของร่างกายจะย่อยอาหารที่รับประทานเข้าไปให้อยู่ในรูปแบบของน้ำตาลกลูโคส
และมีฮอร์โมนอินซูลินที่ผลิตได้จากตับอ่อนนำน้ำตาลกลูโคสเหล่านี้ไปเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อเผาผลาญเป็นพลังงาน แต่ในผู้ป่วยเบาหวาน
ร่างกายจะไม่สามารถนำน้ำตาลกลูโคสเข้าไปในกระแสเลือดได้เนื่องจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือเนื้อเยื่อเกิดภาวะการดื้ออินซูลิน
ส่งผลให้ผู้ป่วยเบาหวานมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia)ซึ่งสามารถแยกสาเหตุของโรคเบาหวานตามประเภทที่พบโดยทั่วไปได้ดังนี้
เบาหวานประเภทที่ 1
เป็นโรคเบาหวานที่เกิดจากเบตาเซลล์ (Beta cells)
ของตับอ่อนที่มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลินถูกทำลายโดยระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ทำให้ตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้
ผู้ป่วยประเภทนี้จึงจำเป็นต้องได้รับอินซูลินเข้าสู่ร่างกายด้วยการฉีดอินซูลินหรือรับประทานยาในระยะยาว นอกจากนี้
ปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่โรคเบาหวานชนิดนี้ยังเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมโรคหรือการติดเชื้อที่เกิดกับตับอ่อน
โรคเบาหวานประเภทนี้มักพบในผู้ที่มีอายุน้อยเป็นส่วนใหญ่
แต่มีความเป็นไปได้ในทุกช่วงอายุ ซึ่งอาการของโรคจะมีการพัฒนารวดเร็ว
เกิดแบบเฉียบพลัน ทั้งนี้สาเหตุของการเกิดเบาหวานประเภทนี้ยังไม่แน่ชัดและพบได้ประมาณ 5%

เบาหวานประเภทที่ 2
เป็นโรคเบาหวานที่เกิดจากภาวะการดื้นอินซูลินหรือความผิดปกติในการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินของตับอ่อนน้อยเกินไป โรคเบาหวานประเภทที่ 2
นี้ถือว่าเป็นโรคเบาหวานที่สามารถพบได้มากที่สุดประมาณ 95% โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องจากปัญหาน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนตั้งแต่เด็ก
ขาดการออกกำลังกาย ประวัติการเป็นเบาหวานในครอบครัว และอายุที่มากขึ้นเบาหวานชนิดนี้มักพบในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก
อาการของโรคจะมีการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะเวลานานเบาหวานขณะตั้งครรภ์
เป็นโรคเบาหวานที่ตรวจพบครั้งแรกขณะตั้งครรภ์เท่านั้น
โดยผู้ป่วยไม่เคยมีประวัติการเป็นโรคเบาหวานมากก่อนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนบางชนิดที่มีฤทธิ์
ต่อต้านฮอร์โมนอินซูลินที่มีหน้าที่ในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จนเกิดภาวะการดื้ออินซูลิน…

วิตามินที่มีประโยชน์เจ้าอยู่ในอาหารประเภทใดบ้าง ตอนจบ

จากตอนที่แล้วเรากล่าวถึงวิตามินที่ละลายในไขมัน
และละลายในน้ำบางประเภทไปแล้ว ตอนสุดท้ายจะกล่าวถึงวิตามินบี
ซึ่งเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง
ซึ่งวิตามินบีนั้นมีมากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี 1 6 หรือ 12
ซึ่งแต่ละชนิดก็ให้ประโยชน์กับร่างกายต่างกัน
และพบได้ในอาหารแต่ละชนิดต่างกันไป ดังนี้
1. วิตามินบีหนึ่ง (B1)
ประโยชน์ – เปลี่ยนสารอาหารที่รับประทานให้เป็นพลังงาน ให้กับร่างกาย
– ช่วยให้กล้ามเนื้อ ผิวหนัง และเส้นผม แข็งแรง
– ช่วยในการทำงานของสมอง
แหล่งที่พบ – เนื้อสัตว์
– นมถั่วเหลือง
– แตงโม
– ฟักทอง
2. วิตามินบีสอง (B2)
ประโยชน์ …

ระบบขับถ่ายผิดปกติ ถ่ายเป็นน้ำ ควรทำอย่างไรดี

เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับระบบขับถ่ายกันมาก่อน
หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยก็คืออาการท้องเสีย ถ่ายเป็นน้ำ มันเป็นอะไรที่ทรมาน
ถ้าอย่างนั้นควรจะทำอย่างไรดี?
ก่อนอื่นมาเรียนรู้กันก่อนว่าอาการแบบนี้หมายถึงอะไร
ถ้าเกิดว่ามีอาการถ่ายเป็นน้ำ และถ่ายบ่อยมากเกินกว่า 3 ครั้งต่อวัน
นั่นหมายความว่าเรากำลังติดเชื้อเสียแล้วในระบบทางเดินอาหารมันเกิดขึ้นจากกลไกป้องกันตัวเองในร่างกายของเรา
เมื่อใดก็ตามที่มีเชื้อโรคแปลกปลอมมาทางระบบทางเดินอาหาร
ร่างกายจะพยายามให้ของเหลวช่วยขับเชื้อโรคนั้นออกไปจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราถ่ายเป็นน้ำ
การที่เราเป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเรารับประทานอาหารหรือว่าเครื่องดื่มที่ไม่ถูกสุขลักษณะเข้าไป
ทำให้มีเชื้อโรคปะปนเข้าสู่ร่างกายขณะเดียวกันนอาการแบบนี้ก็สามารถเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีรสจัดจนเกินไป
หรือว่าเกิดจากยาบางชนิดก็เป็นได้สำหรับการรักษาตัวเองในเบื้องต้นเมื่อมีอาการแบบนี้
อย่างแรกเลยให้ทำใจเอาไว้ก่อนว่าสภาพร่างกายของเราไม่ได้เป็นปกติแล้ว
การที่จะทำอะไรเหมือนอย่างที่เคยทำมาอาจจะทำให้ร่างกายอ่อนล้าได้
ดังนั้นถ้าไม่มีอะไรจำเป็นจริงๆ ก็ควรพักผ่อนไปเลย
พยายามหยุดกิจกรรมทุกอย่าง ให้ร่างกายได้พักฟื้นอย่างเต็มที่ในช่วงนี้เราก็ควรที่จะดื่มน้ำเข้าไปมากๆ
โดยน้ำที่เราดื่มก็อาจจะผสมผงเกลือแร่เข้าไปด้วยก็ได้ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่มากจนเกินไป
ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดอาการช็อกขึ้นได้ ขณะที่อาหารก็ให้ทานอาหารอ่อนๆที่ย่อยง่าย เพราะต้องเข้าใจว่าระบบขับถ่ายของเราในช่วงนี้ไม่ปกติ
อย่าเพิ่งสร้างงานให้กับมันมากนักสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือยาหยุดถ่าย
เนื่องจากสภาพร่างกายของเราในตอนนี้จำเป็นที่จะต้องกำจัดเชื้อโรคออกไปให้หมดทางระบบขับถ่าย
การที่เราใช้ยาหยุดถ่ายก็จะทำให้เชื้อโรคยังคงคั่งค้างอยู่ในร่างกาย
อาการท้องเสียที่เป็นอยู่ก็จะหายช้าลง อีกทั้งยังอาจเป็นอันตรายได้อีกด้วย
ถ้าหากว่ามีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่นมีมูกปนมาในอุจจาระ มีอาการอาเจียน
มีไข้ขึ้นสูง ถ้าเป็นนานกว่า 48 ชั่วโมง …

ผมร่วงโรคที่สาวๆไม่ควรมองข้าม

เส้นผมถือว่าเป็นส่วนที่ส่งเสริมบุคลิกของทุกคนได้ดี โดยเฉพาะสาวๆที่มีผมสวยย่อมมีเสน่ห์ดึงดูดใจได้
ไม่ใช่แค่นั้นยังสามารถที่จะแต่งตัวสวยๆได้มีความมั่นใจแต่โรคที่สาวๆต้องระวังและไม่ควรมองข้ามคือโรคผมร่วง
หลายคนอาจจะเห็นว่าผมร่วงเป็นปกติ ใช่ผมร่วงคือเรื่องปกติ แต่ว่า ไม่ใช่ร่วงเยอะ นั่นคือโรคผมร่วงที่ต้องระวังแล้ว
ผู้หญิงอาจจะเกิดอาการผมร่วงหลังคลอดลูก หรือในช่วงที่หมดประจำเดือนได้
ระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุลอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เส้นผมหลุดร่วงได้ ส่วนอาการผมร่วงในผู้ชายนั้น
นอกเหนือจากปัจจัยทางด้านพันธุกรรมแล้ว ผู้ชายยังเกิดอาการผมร่วงจากการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนเมื่อมีอายุมากขึ้นด้วย
อาการผมร่วงจากต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกตินั้น เป็นอะไรที่พบได้บ่อยๆ ฮอร์โมนไทรอยด์ไม่ว่าจะมากเกินไปหรือน้อยเกินไป
ก็ทำให้ผมร่วงได้ทั้งนั้น ซึ่งการรักษาโรคไทรอยด์ ก็อาจช่วยให้เส้นผมงอกขึ้นมาตามปกติได้ และ
ความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจอาจทำให้เกิดอาการผมร่วงได้ ซึ่งการผ่าตัด การมีไข้สูงๆ และการเสียเลือดเยอะๆ
ล้วนก่อให้เกิดความเครียดที่นำไปสู่อาการผมร่วงได้ ซึ่งอาการเครียดทางร่างกายนั้นมักจะเกิดขึ้นชั่วคราว
ซึ่งเมื่อร่างกายหายดีแล้ว อาการผมร่วงก็หายไปได้ ส่วนอาการเครียดทางจิตใจนั้น
คุณสามารถเยียวยาได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
เส้นผมเป็นโปรตีนที่ไม่ได้ต้องการโปรตีนในการเจริญเติบโตเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการแคลอรี่และสารอาหารต่างๆ
ในปริมาณที่พอเพียงด้วย ซึ่งนั่นจะช่วยสร้างเสริมโปรตีนขึ้นในร่างกาย
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ที่เป็นโรคเบื่ออาหารถึงมีการผมร่วงเป็นหย่อมๆ การจำกัดแคลอรี่หรือคาร์โบไฮเดรต
ก็หมายความว่าร่างกายจะใช้โปรตีนที่สะสมในร่างกายเป็นแหล่งพลังงาน ซึ่งนั่นไม่ใช่แหล่งพลังงานที่ดี
และทำให้เนื้อเยื่อต่างๆ …

5 เคล็ดลับดูแลผิว

เริ่มจาก น้ำตาล เพราะหารู้ไม่ว่า น้ำตาล มีประสิทธิภาพในการผลิตเซลล์ผิวค่อนข้างดี
โดยเราสามารถผสมน้ำตาลทรายขาว เข้ากับ น้ำตาลทรายแดง ได้อย่างละเท่าๆกัน
ต่อด้วยผสมน้ำสะอาดอีกเพียงเล็กน้อย จากนั้นให้นำมาขัดหรือนวดเบาๆ บริเวณผิวหน้าประมาณ 5 นาที
ก่อนที่จะล้างออกด้วยน้ำอุ่น ว่ากันว่าวิธีนี้จะทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้ว กลับมาอ่อนเยาว์โกงอายุกว่าเดิม
ต่อมา คือ มันฝรั่ง นอกจากมันฝรั่งจะเป็นหนึ่งในอาหารที่อร่อยแล้ว รู้หรือว่า ยังดีต่อผิวเช่นกัน
โดยเราสามารถนำน้ำฝรั่งดิบๆ มามาร์กบนใบหน้าได้ จากนั้นรอประมาณ 5 นาที ให้แห้ง
แล้วค่อยน้ำน้ำอุ่นๆมาล้างออก ว่ากันว่าจะทำให้เราลดความหมองคล้ำได้ รวมถึงเรื่องสิวด้วย
ต่อด้วย น้ำผึ้ง แน่นอนว่า น้ำผึ้ง เป็นหนึ่งในของดีจากธรรมชาติ ดังนั้น ก็เป็นประโยชน์แน่นอน
โดยช่วยบำรุงให้ผิวเราสวยดูมีออร่าได้ …

เคล็ดลับ วิธีดูแล&ผมสวย&ไม่แห้งเสีย ไม่ชี้ฟู ผมดูมีสุขภาพดี

ผมสวยสุขภาพดีสามารถช่วยเพิ่มเสนห์ให้กับสาวๆได้ แต่
“ผมเสีย” เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจอค่ะทั้งการทำสีผม ยืดผม ดัดผม
อีกทั้งการหนีบผมด้วยความร้อนสูง จนบางครั้งผมก็แห้งแตก หลุดร่วง
จนขาดความมั่นใจแต่เอ๋ !จะทำให้ผมกลับมาสวยมีน้ำหนักเหมือนเดิม
วันนี้เรามีวิธีดูแลเส้นผมด้วยไม่ให้ผมแห้งเสีย แตกปลาย ชี้ฟูตามไปดูพร้อมๆกันเลยจ้า
1.หมักผม
การหมักผมถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีมาก
เพราะจะช่วยให้เส้นผมผมกลับมามีสุขภาพดี แข็งแรง ไม่ชี้ฟูและแห้งเสีย
การหมักผมนั้นมีหลายรูปแบบทั้งหมักผมด้วยครีมหมักผมสำเร็จรูป
หรือการหมักผมด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น การใช้น้ำมันมะพร้าว ไข่แดง
น้ำมันมะกอกก็เป็นตัวช่วยที่ง่ายไม่เสียเวลาแถมยังราคาประหยัดอีกด้วย

2.เล็มปลายผม
หมั่นตัดผมหรือเล็มปลยผมที่แห้งเสีย
เพราะสารอาหารไปบำรุงไม่ทั่วถึง หมั่นเล็มปลายผมทุก ๆ 6-8
สัปดาห์เพราะจะช่วยให้ผมสวย ดูมีสุขภาพดีและผมสวยไม่แตกปลายด้วยน่ะค่ะ

3.หลีกเลี่ยงการทำความร้อน
พยายามหลีกเลี่ยงผมจากการทำความร้อนโดยตรง เช่นการเป่า ไดร์
หนีบ หรือความร้อนจากแสงแดด อาบน้ำด้วยน้ำอุ่น…

สตรอเบอร์รี่ ผลไม้ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการ

สตรอเบอร์รี่ ได้รับการยอมรับว่าเป็นผลไม้ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง
และมีสารอาหารมากมายที่เราต้องการในแต่ละวันนอกจากรสชาติที่อร่อยหวานอม
เปรี้ยวนิดๆ แล้ว ยังสามารถนำมาปั่นเป็นน้ำผลไม้ได้อีกด้วย
สตรอเบอร์รี่(Strawberry) มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น
มากกว่าส้ม 1.5 เท่า องุ่น 2 เท่า กีวี 3 เท่า มะเขือเทศและกล้วยหอม 7 เท่า
และมากกว่าลูกแพร์ 15 เท่า แถมยังมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์น่าทานสุดๆ
ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีประโยชน์ต่อคนเรามากมายเช่น
1.สตรอเบอรี่มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ การทานแบบสดๆ 5-6
ลูกจะช่วยในการขับปัสสาวะ รวมทั้งบรรเทาอาการท้องร่วงได้ดี
2. สตรอเบอร์รี่มีสรรพคุณลดน้ำหนักได้ สำหรับสาวๆอยากลดน้ำหนัก
นำไปปั่นทานสามารถให้พลังงานต่ำ
อุดมด้วยเส้นใยอาหารทำให้อิ่มท้องนานไม่ทานจุกจิกแน่นอน
3. สตรอเบอรี่ช่วยเพิ่มไขมันชนิดดี นอกจากจะลดน้ำหนัก เพิ่มไขมันได้ด้วย…

เอารองเท้ามาต้มช่วยฆ่าโรคดีกว่าการปั่น

ไม่ว่าจะซื้อรองเท้าผ้าใบมือสองจากตลาดนัด ช้อปปิ้งออนไลน์หรือแม้แต่เพื่อนซี้ยกให้
อย่าลืมทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคก่อนนำมาสวมใส่ด้วย
รองเท้าผ้าใบมือสอง ที่ยอมตัดใจซื้อเพราะมันหายาก
หรือสำหรับบางคนแล้วอาจเป็นรองเท้าคู่แรกที่เก็บเงินซื้อเองใส่เองเลยก็ว่าได้
แต่การซื้อรองเท้าผ้าใบมือสอง
หรือสนีคเกอร์มือสองอันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคล
บางครั้งบางคู่มันหายากจริง หรือแพงจนเกินไปเราก็ซื้อมาใส่เหมือนกัน
หรือบางทีมันมีเยอะเกินความจำเป็นก็ปล่อยขายเป็นของมือสอง
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนนำมาขายก็ต้องดูแลทำความสะอาดให้ลูกค้าก่อน
และคราวนี้เรามีทริควิธีทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบมือสอง มาฝากกัน …
อยากให้สะอาด ฆ่าเชื้อโรคต้องนำไปต้ม
ถึงกับต้องต้มเลยเหรอ แล้วมันจะไม่เปื่อย สีไม่ลอกออกหมดก่อนเหรอ
ก่อนอื่นก็ต้มน้ำร้อนให้เดือดก่อน
แล้วนำรองเท้าผ้าใบมือสองที่ซื้อมาเช็ดทำความสะอาดภายนอกก่อน
แล้วเทน้ำร้อนที่ไม่เดือดจัดลงไปในกะละมัง
นำรองเท้าผ้าใบลงไปแช่ทิ้งไว้สักพักประมาณ 10-15 นาที
หลังจากนั้นให้นำมาซักทำความสะอาดปกติ แล้วผึ่งแดด (ไม่ต้องจัดมาก)
เพื่อฆ่าเชื้อโรคอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูสภาพรองเท้าที่ซื้อมาก่อนว่า
วัสดุเป็นแบบไหน ถ้าเป็นแบบหนังก็ไม่สามารถนำมาแช่น้ำร้อนได้
ให้เปลี่ยนเป็นการเช็ดทำความสะอาด แล้วผึ่งลมแทน
ไม่อยากต้ม เช็ดฆ่าเชื้อเอาก็ได้
กรณีนี้รองเท้าต้องมีสภาพที่ค่อนข้างใหม่
ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดโดยรอบ
หรือตอนนี้เขามีน้ำยาทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบ …

กล้วยน้ำว้า ผลไม้วิเศษแห่งแดนสยาม

กล้วยน้ำว้าจัดเป็นกล้วยพื้นเมืองที่พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย
เพราะนิยมปลูกไว้ในทุกครัวเรือนเพื่อการรับประทานผลสุกและแปรรูปผลดิบ
รวมถึงการนำส่วนต่างๆ มาใช้ประโยชน์โดยเฉพาะใบตอง, ปลีกล้วย และ หยวกกล้วย
อย่างไรก็ตาม แม้เราจะมองว่า กล้วยน้ำว้าเป็นผลไม้พื้นเมืองของไทย แต่แท้จริงแล้ว กล้วยน้ำว้า
เป็นกล้วยที่เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ของกล้วยป่า 2 ชนิด ได้แก่
Musa acuminate และ Musa balbisaina กระทั่งเกิดเป็นกล้วยน้ำว้า ที่เราเห็นในปัจจุบัน
กระนั้นด้วยความที่มีให้เห็นทั่วทุกภาพ ทำให้ กล้วยน้ำว้า
มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปในแต่ละท้องถิ่นของไทย อาทิเช่น
ภาคเหนือ เรียก กล้วยใต้ หรือ กล้วยเหลือง, ภาคอีสาน เรียก
กล้วยตานีอ่อง และ ภาคตะวันออก เรียก กล้วยมะลิอ่อง …