4 ประโยคควรรู้ของนักกิน

4 ประโยคควรรู้ของนักกิน

ศัพท์ทางการตลาดที่ยกให้อาหารมากประโยชน์ สารอาหารแยะ เป็นสุดยอดอาหารที่ดีเด่นกว่าเพื่อนร่วมวงการ
โดยอาศัยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาอ้างอิง เช่น เช่น เมล็ดแฟล็ก อุดมไปด้วยโปรตีน ไฟเบอร์ วิตามินบี เกลือแร่
ไทอามีน แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โอเมก้า 3 6 และ 9
ในทับทิมมีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในเลือดของผู้ป่วยไขมันในเลือดสูง ลดระดับการเกิดออกซิเดชันของไขมันช่วยเพิ่มปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในเลือด ฯลฯ เป็นต้น

ด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์นี้ ยกระดับให้เมล็ดแฟล็ก เมล็ดเจีย ควินัว เลนทิล ถั่วลูกไก่ ทับทิม โกจิเบอร์รี่ อาซาอิ
เบอร์รี่ อะโวคาโด คามู คามู และอื่นๆ อีกมาก เรียงแถวสลับกันฮิตตามเทรนด์สุขภาพ ปีก่อนโน้นผักเคลได้ที่หนึ่ง
ปีนี้ถั่วดาวอินคากำลังมา ปีหน้า อาจถึงคราวของขมิ้นที่จะฮิตไปทั่วโลก!
แต่ความดีเด่นของอาหารเหล่านี้ไม่ได้การันตีว่าคนกินจะสุขภาพดีทันตา คอเรสเตอรอลลดลงทันใจ
หรือไม่เป็นมะเร็งชัวร์ เพราะพฤติกรรมการกิน อยู่ ออกกำลังกาย ล้วนมีผลต่อร่างกาย หรือพูดง่ายๆ ว่า
อย่าฝากความหวังที่ซูเปอร์ฟู้ดจนเกินไป คาสิโนออนไลน์

Lactose free
ไม่แปลก หากคุณจะรู้สึกจุก เสียด แน่นท้อง มีลมแล่นโครกครากในพุง ไปจนถึงท้องเสีย เมื่อดื่มนมเข้าไป
เพราะในประเทศไทยมีคนที่แพ้น้ำตาลแล็กโทสที่อยู่ในนมกว่า 90% ซึ่งสาเหตุก็เป็นเพราะว่าน้ำตาลตัวนี้ต้องถูกย่อยด้วยเอ็นไซม์เรียกว่า แล็กเทส
ซึ่งคนเอเชียและแอฟริกามักจะมีน้ำย่อยชนิดนี้ลดลงเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เมื่อไม่ถูกย่อย
เจ้าจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารก็จะลำเลียงน้ำตาลพวกนี้ไปสร้างกรดและก๊าซให้ปวดท้องเล่น

และทำให้หลายคนไม่กล้าดื่มนมจนเกิดภาวะขาดแคลเซียมและโปรตีนที่ดีจากนมไป
ด้วยเหตุนี้ นักวิทยาศาสตร์จึงคิดค้นนมที่ปราศจากน้ำตาลแล็กโทส หรือ Lactose Free
ที่ใส่จุลินทรีย์เข้าไปย่อยน้ำตาลตัวนี้แทนเรา นมประเภทนี้จึงไม่ก่อปัญหาให้ต้องรีบหาห้องน้ำอีกต่อไป
แต่อันที่จริงก็ไม่ได้หาซื้อง่ายนัก การกินอาหารที่มีแคลเซียมสูงอย่างนมถั่วเหลือง งาดำ ปลาเล็กปลาน้อย หอยนางรม
หรือกระทั่งใบยอ ก็ช่วยได้ หรือบางตำราก็บอกว่าต้องซ้อมท้องด้วยการกินโยเกิร์ตที่มีโปรไบโอติกส์อย่างสม่ำเสมอ
และลองดื่มนมแล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณดูเพื่อเทสต์ว่าร่างกายเริ่มสร้างเอ็นไซม์เจ้าปัญหาตัวนี้ได้แล้วหรือยังอ้อ อย่าสับสน ภาวะการแพ้น้ำตาลแล็กโทสไม่เหมือนกับการแพ้นมวัวในเด็กเล็กที่จะเกิดอาการลมพิษ หายใจติดขัด
และคลื่นไส้อาเจียน ซึ่งเป็นการแพ้ที่เกิดจากกรรมพันธุ์นะAdvertisement
Gluten Free

ในขณะที่ชาวเอเชียอย่างเราไม่ถูกกับแล็กโทส คนยุโรปและอเมริกันจำนวนใหญ่ก็ไม่ถูกกับกลูเตนซึ่งเป็นอาการที่ร่างกายไม่สามารถย่อยกลูเตนได้ ทำให้ท้องอืด มีแก๊สในกระเพาะอาหารและท้องเสียเหมือนแพ้น้ำตาลแล็กโทส แล้วพอมีคนแพ้มากเข้า ผลิตภัณฑ์ Gluten Free จึงมีขายเพียบแถมยังเกิดความเข้าใจผิดว่ากินอาหารปลอดกลูเตนแล้วจะสุขภาพดีผอมเพรียว !?! ซึ่งงานนี้ต้องทำความเข้าใจด่วนๆ
ว่า ขนมปังปลอดกลูเตนให้พลังงาน ไขมัน และน้ำตาลเท่ากับขนมปังธรรมดาแบบเดีวกันเป๊ะแค่ไม่มีกลูเตนที่เป็นประโยชน์ต่อคนแพ้เท่านั้นเอง
ที่หนักกว่านั้นคือ ยิ่งถูกแบนหนักข้อ คนส่วนใหญ่เลยเข้าใจว่ากลูเตนเป็นของต้องห้าม
ทั้งที่จริงมันคือโปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่ในข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ ฯลฯ
ซึ่งเจ้ากลูเตนนี่จะช่วยให้ขนมปังขึ้นฟูและมีเนื้อนุ่ม จึงมีการนำกลูเตนไปใช้ในการทำอาหารเจ อาหารกระป๋อง
ซอสถั่วเหลือง ซอสหอยนางรม เป็นต้น และอันที่จริง กลูเตนในข้าวสาลีอุดมไปด้วยโปรตีนแบบชนะเนื้อวัว เนื้อปลา
และเนื้อไก่ด้วยนะ!

สรุปง่ายๆ ถ้าไม่ได้แพ้กลูเตน ไม่ต้องมองหาป้ายกลูเตน ฟรี เพราะจะพลาดของดีไปโดยใช่เหตุนะWhole Grain
อีกคำที่ได้ยินบ่อยในหมวดอาหารสุขภาพ ที่แปลง่ายๆ
ก็คือเหล่าธัญพืชเต็มเมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสีให้ส่วนที่ดีต่อร่างกายหลุดไป ฝั่งฝรั่งก็จะเป็นธัญพืชจำพวกข้าวสาลี
(หรือที่เราคุ้นเคยกันในนาม โฮลวีต) ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ ข้าวโอ๊ต และฝั่งไทยๆ แบบเราก็มีลูกเดือย ข้าวโพด
และข้าวกล้องนี่แหละที่เข้าพวกกับเหล่าโฮลเกรนเหมือนกัน ซึ่งความดีเด่นของการมีเยื่อหุ้มเมล็ดเอ็นโดสเปิร์มหรือเนื้อเมล็ด และจมูกข้าวอยู่ครบถ้วนนั้น ทำให้พวกมันเป็นแหล่งโปรตีน ใยอาหารสารต้านอนุมูลอิสระ สารไฟโตนิวเทรียนท์ต่างๆ ที่ดีต่อสุขภาพชนิดที่ควรกินวันละ 48 กรัมเลยล่ะเพราะการกินเป็นประจำจะลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอ้วน โรคหัวใจ ดีต่อผู้ป่วยเบาหวานช่วยให้อินซูลินทำงานดีขึ้นอีกด้วย!
โฮลเกรนตอบโจทย์ทั้งคนป่วยและคนสุขภาพดีแบบไม่ต้องสงสัย แต่อีกคำที่คล้ายๆ กันอย่าง มัลติเกรน (Multigrain)
หรือธัญพืชหลากชนิดที่ผสมรวมกันมา ซึ่งจริงๆ มันก็ดีต่อสุขภาพเหมือนกันเพราะเท่ากับไดกินธัญพืชมากมาย
แต่สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือ มัลติเกรนไม่ได้แปลว่าเอาโฮลเกรนมารวมกันนะ
เพราะอาจจะเอามาแค่บางส่วนของธัญพืชนั้นๆ และอาจจะไม่ใช่ส่วนดีเด่นก็ได้ หากมีโอกาสเลือกโฮลเกรนจึงเป็นคำตอบที่หายห่วงกว่าว่าได้ประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วยจริงๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *