ทาครีมแบบไหนถูกต้องมากที่สุด ถ้าอยากรู้ต้องลองเลย

 

การทาครีมของสาว ๆ นั้น ไม่ใช่แค่การทาครีมแบบทาเฉย ๆ ทาอย่างไรก็ได้ ทาไปเถอะ อะไรแบบนี้ แต่จะต้องมีทักษะในการทาครีม เพื่อให้ครีมซึมซาบเข้าสู่ผิวได้แบบรวดเร็วอีกด้วย ซึ่งวันนี้เราจะแชร์เคล็ดลับในการทาครีมว่าควรทาอย่างไรให้เหมาะสม และถูกต้อง  คาสิโน

1.ทาครีมที่คอ

การทาครีมที่คอก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าการทาครีมที่คอนั้น มีความสำคัญที่ไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งหากว่าใบหน้าที่มีความเต่งตึง ขาว สว่าง กระจ่างใส  น่าสัมผัสอย่างมากเลยทีเดียว  แต่ว่าคอมีริ้วรอย เหี่ยวย่น ก็คงจะดูไม่งามจริงไหมคะ สาว ๆ จะต้องหันมาสนใจ และใส่ใจในการทาครีมเพื่อประสิทธิภาพของดีของผิวพรรณ ทั้งใบหน้าแล้วลำคอนะคะ  ส่วนวิธีการทาครีมนั้น จะต้องทาโดยการลูบขึ้นตามลำคอค่ะ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ลำคอไม่เหี่ยวย่นด้วย

2.ทาครีมที่ใบหน้าอย่างถูกต้อง

การทาครีมอย่างถูกต้องนั้น จะต้องใช้นิ้วแตะครีมในปริมาณที่เหมาะสม มาแต้มที่บริเวณใบหน้าทั้ง 5 จุด คือ หน้าผาก คาง จมูกและแก้มทั้งสองข้าง แล้วจึงใช้นิ้วเกลี่ยครีมทั้งหมดบนใบหน้าเบา  ๆ เพียงเท่านี้ ก็เป็นการทาครีมบนใบหน้าที่ถูกต้องแล้วล่ะค่ะ

3.การทาครีมรอบดวงตา

สำหรับการทาครีมรอบดวงตา จะต้องเป็นการทาครีมที่เบามือมากที่สุด เพราะว่าเป็นจุดที่บอบบาง และจะต้องใช้ครีมในปริมาณที่เหมาะสมด้วย คือ เท่าเมล็ดถั่วเขียว  โดยใช้นิ้วมือทาลงไปที่รอบดวงตาอย่างเบามือมากที่สุด แล้วรนไปในทิศทางเดียวกัน จึงจะเป็นการทาครีมรอบดวงตาอย่างถูกต้อง

4 . การทาครีมบริเวณแขน

การทาครีมบริเวณแขนนั้น จะต้องทาครีมจากต้นแขน แล้วทามาที่ปลายแขน และมือ แล้วใช้ปลายนิ้วลูบไล้เบา ๆ ซึ่งเนื้อครีมจะซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดี ซึ่งทั้งนี้จะต้องเน้นบริเวณข้อศอก ซึ่งเป็นจุดที่มีผิวแห้ง หยาบกร้าน จะต้องเน้นและทาครีมอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ จึงจะทำให้ช่วงข้อศอกที่หยาบแห้งกร้าน จะนุ่มลงได้ค่ะ

5.ทาครีมที่ขาและเท้า

หลังจากที่ทาครีมส่วนบน บนใบหน้าและคอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องทาครีมที่ขา โดยการทาครีมที่หน้าแข้ง ซึ่งผิวพรรณช่วงนี้จะเป็นผิวที่ค่อนข้างแห้งมากที่สุด  จึงจะต้องดูแลผิวพรรรณบริเวณนี้ให้มากที่สุดนั่นเอง นอกจากนี้การทาครีมที่บริเวณ ขา หน้าแข้ง และเท้านั้น โดยเฉพาะเท้าหากมีการนวดอย่างเบา ๆ ก็จะทำให้เป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย…

Continue reading

แสงสีฟ้าจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลต่อตาคุณจริงไหม

สำหรับเพื่อการดำรงชีวิตทุกวันของพวกเราทุกๆคน การใช้สายตาเป็นเสมือนการเปิดประสบการณ์ชีวิตแบบใหม่ ในแบบที่หลากหลาย แปลกและสมควร สำหรับเพื่อการศึกษา 
ในลักษณะของตัวคุณเอง รวมทั้งในทุกวัน แสงสว่างที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสายตาที่พวกเรามองเห็น ที่ได้มาจากธรรมชาติ รวมทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่นำไปสู่แสงสว่างและก็ภาพ เพื่อมีการทำความเข้าใจ 
ในชีวิตประจำวัน มันส่งผลเสียต่อกระจก รวมทั้ง เลนท์ นัยตาขอพวกเรามีการทำศึกษาค้นคว้าจากมหาวิทยาลัยToledo เรื่องจุดเด่นจุดอ่อนของแสงสีฟ้าที่เกิดขึ้นมาจากวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับเพื่อการใช้งานเวลากลางคืน
โดยแสงไฟไม่พอนำมาซึ่งการทำให้หน้าจอประสาทตาทำงานหนัก ซึ่งจะทำให้สารเคมีบางตัวในจอประสาทเสียความสมดุล โดยการหลั่งสารบางจำพวกในหน้าจอประสาทตามากมายกำเนิดจนกระทั่งอยู่ในสถานการณ์ความเป็นพิษ 
และส่งผลเสียโดยตรงของดวงตาของพวกเรา สารที่ว่านั่นก็เป็น เมลาโทนิล ในหน้าจอประสาทตาจะมีเซลล์รับแสงสว่าง
โดยแบ่งได้ ต้นแบบ ซึ่งก็คือ rods แล้วก็ cones เซลล์รับแสงสว่างแบบ rods จะมีสารประเภทหนึ่งที่เรียกว่าโปรตีนที่ชื่อว่า rhodopsin ที่มีบทบาทช่วยสำหรับในการตรวจค้นแสงสว่าง 
โดยมีโมเลกุลของเรติน่าที่ค่อยปฏิบัติภารกิจซับแสงสว่าง จะมีความพิเศษรวมทั้งลักษณ์จุดเด่น ในสารประเภทหนึ่งในต้นแบบการรับแสงสว่างแบบ rods เป็นสารโปรตีน ชื่อว่า rhodopsin เมื่อโปรตอ
ของแสงสีฟ้าในกลางคืน จากวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตกกระทบหน้าจอประสาทตา เซลล์พิเศษประเภทนี้จะคอ่ยเปลี่ยนรูปร่างที่ละนิดหน่อย ด้วยการบิดตัวในลักษณะของเซลล์ ทำให้สารเคมีเปลี่ยนรูปแบบของเซลล์ 
รวมทั้งมีผลไปยังประสาทตาผ่านไปยังสมองโดย optical nerve
นักค้นคว้าที่มหาวิทยาลัย Toledo โดย Ajith Karunarathne บอกคำจำกัดความสั่นไว้ว่า “ คุณจำต้องดูแลหน้าจอประสาทตาให้ดีถ้าหากคุณยังต้องการมองเห็นอยู่” เพราะเหตุนี้นักค้นคว้าได้อ้างอิงแล้วก็ทดสอบหาจุดเด่นข้อบกพร่อง 
เพื่อหาผลสรุปแสงสีฟ้าที่ออกมาจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ และก็หาทางคุ้มครองปกป้อง รวมทั้งการดูแลและรักษาหน้าจอประสาทตา ที่จะต้องรับแสงสีฟ้าในยุคดิจิตอล ให้เหมาะสมกับการดูแลสุขภาพ ให้เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

Continue reading

เผยสาเหตุ? เพราะเหตุใดถึงเป็นโรคลมพิษ

โรคลมพิษ (Urticaria) เป็นอาการทางผิวหนังที่มีลักษณะเป็นผื่นหรือผื่นนูนแดง ไม่มีขุย มีขนาดตั้งแต่ 0.5 – 10เซนติเมตร 
กระจัดกระจายตามร่างกายอย่างเร็ว และก็ทำให้ผู้เจ็บป่วยมีลักษณะอาการคันตามรอบๆที่มีผื่นขึ้น ปกติแล้วจะหายได้เองภายใน 1 วันและก็จะไม่ทิ้งรอยอะไรไว้ด้วย แม้กระนั้นก็สามารถขึ้นผื่นได้อีก
สำหรับผื่นคันนั้นแบ่งออกเป็น กลุ่ม เป็น โรคผื่นคันรุนแรงและก็โรคผื่นคันเรื้อรัง โดยโรคผื่นคันฉับพลัน เป็น 
ผื่นลมพิษที่จะเกิดขึ้นตามร่างกายในช่วงเวลาต่อเนื่องกันไม่เกิน อาทิตย์ แม้กระนั้นถ้าเกิดลมพิษเรื้อรังจะเป็นผื่นผื่นคันที่มีลักษณะเป็นหาย
โดยตลอดนานเกินกว่า อาทิตย์ขึ้นไป ถ้าเกิดพวกเรามองจากข้อมูลทางสถิติของคนเจ็บโรคลมพิษเรื้อรังในประเทศไทยที่เข้ารับการดูแลและรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช 
จะพบว่าส่วนมากเป็นเพศหญิง มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 35 ปี รวมทั้งตลอดชีวิตผู้ป่วยมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้อีกโดยประมาณจำนวนร้อยละ 0.5 – 1
โรคลมพิษนั้นมักระบุสาเหตุที่เป็นไม่ได้ แต่โดยมากแล้วจะมาจากปัจจัยดังต่อไปนี้
1. 
ของกิน ตัวอย่างเช่น อาหารทะเล สารกันบูด สีผสมอาหารบางจำพวก
2. 
การแพ้ยาบางจำพวก
3. 
การได้รับเชื้อเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา หรือพยาธิ
4. 
โรคต่อมไทรอยด์
5. 
การตอบสนองต่อความร้อน เย็น การบริหารร่างกาย หรือแสงอาทิตย์มากเกินความจำเป็น
6. 
การแพ้สารที่สัมผัส ผื่นลมพิษเกิดขึ้นในตำแหน่งที่ผิวหนังสัมผัสกับสารที่แพ้ อาทิเช่น การแพ้ยาง (Iatex) ขนสัตว์พืช หรือของกินบางประเภท รวมถึงอาการแพ้พิษจากสัตว์ ได้แก่ ผึ้ง
8. 
โรคมะเร็ง อาทิเช่น โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือระบบอื่นๆของร่างกาย และก็ยังมีสาหตุฯลฯ
วิธีการรักษาโรคลมพิษ
สำหรับแนวทางการดูแลรักษาโรคผื่นคันในเรื่องที่สามารถสืบค้นจนรู้ต้นเหตุแล้วก็แก้ไขสาเหตุได้ เมื่อกินยาต่อต้านฮิสตามีนไปแล้วผื่นลมพิษมักหายได้เร็ว 
แต่ว่าแม้หาสาเหตุไม่เจอ หมอจำเป็นที่จะต้องให้ยาตั้งแต่ ชนิดขึ้นไปเพื่อควบคุมอาการผื่นลมพิษให้สงบลงได้ ฯลฯ

Continue reading

ดีจนต้องบอกต่อ!4ครีมทาผิวหน้าที่ดีที่สุด

OLAY White Radiance Brightening Intensive
ตัวนี้เค้ามีคู่ทั้งกลางวัน-กลางคืนเลยล่ะ เด็ดพอตัวเลย เพราะว่าเค้าจะมาตอบโจทย์ให้สาว ๆ ที่ต้องการมีผิวกระจ่างใส
ผิวชุ่มชื้น เพราะตัวนี้จะช่วยเพิ่มมอยส์เจอไรเซอร์ให้ผิว ช่วยให้ผิวนุ่ม ลดเลือนจุดด่างดำ
และปรับสีผิวให้สม่ำเสมออีกด้วยนะจ๊ะ ที่สำคัญครีมแบบกลางวัน (Day Cream) เค้ามาพร้อมกับ SPF 24 PA++ ☀️
แน่นอนว่าช่วยกันแดดไปในตัวด้วย โดยมีชื่อเต็ม ๆ ว่า 'OLAY White Radiance Brightening Intensive Day Cream
SPF 24 PA++' และแบบกลางคืนก็คือ 'Olay White Radiance Brightening Night Cream' นั่นเอง ส่วนราคาก็อยู่ที่เพียง
499 บาทเท่านั้น
Eucerin White Therapy
ตัวนี้นางก็มาทั้งแบบกลางวัน และกลางคืนเช่นกัน
ความดีงามของนางก็สมกับการเป็นเวชสำอางคือ..ทั้งช่วยบำรุงให้ผิวกระจ่างใส ดูเป็นธรรมชาติ เรียบเนียน
ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ และทีเด็ดก็อยู่ที่ช่วยให้รอยสิวดูจางลง ลดเลือนจุดด่างดำบนผิวหน้า และความหมองคล้ำต่าง ๆ
นอกจากนี้ยังช่วยในการลดเลือน กระ ฝ้าแดด อีกด้วย ตัวนี้เหมาะกับสาวคนไหนที่เจอแดดอยู่บ่อย ๆ หรือผิวอักเสบ
มีรอยสิวหรือรอยแผลเป็นจากสิวไปตำตัวนี้กันได้เลย ส่วนราคาอยู่ที่ 1,890 บาท
L'oreal White Perfect
นี่ก็เป็นอีกเจ้าที่มาทั้ง Day Cream �� / Night Cream กันเลยทีเดียว มาเริ่มกันที่ครีมกลางวันก่อนดีกว่า..
ชื่อเต็มมีอยู่ว่า 'L'oreal White Perfect Day Cream SPF 17 PA++' มาพร้อมกับ SPF 17 PA++ กันเลยทีเดียว
แน่นอนว่าช่วยเรื่องการป้องกัน หรือกรอง UV จากแสงแดดได้ นอกจากนี้ครีมกลางวันตัวนี้ยังช่วยให้ผิวกระจ่างใส
ลดเลือนจุดด่างดำ ช่วยให้สีผิวบนหน้าของสาว ๆ สม่ำเสมอขึ้นอีกด้วยนั่นเอง ต่อกันที่ Night Cream
หรือครีมกลางคืนเลยดีกว่า..ตัวนี้จะเป็นแบบไวเทนนิ่ง ช่วยเรื่องผิวกระจ่างใส ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ความหมองคล้ำ
ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวของชาวเรานั่นเอง ส่วนราคาก็อยู่ที่เพียง 399 บาท
SANA JAPAN NAMERAKA HONPO SOY ISOFLAVONE
ตัวนี้มาพร้อมกับชื่อที่..ยาวมว๊ากก 'SANA JAPAN NAMERAKA HONPO SOY ISOFLAVONE ALL-IN-1 FACE
MOISTURE GEL CREAM' ครีมเต้าหู้ยอดฮิตจากญี่ปุ่น ที่ครองใจสาว ๆ นั่นเอง ความดีความชอบก็คือ..
ตัวนี้เนี่ยชูโรงมาด้วยการที่ไม่ใส่สี ไม่มีน้ำมัน ปราศจากน้ำหอม เนื้อครีมจะออกข้น ๆ หน่อย
ความสามารถของเจ้าตัวนี้คือ ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ให้ความกระจ่างใส ปกป้องผิวจากรังสี UV ที่สำคัญเป็น 6in1
คือช่วยบำรุงผิวตั้งแต่การเป็น Essence, Lotion, Cream, Milk, Primer Base และเป็นมาสก์ผิวนั่นเอง ส่วนราคาเพียง
499 บาท…

Continue reading

เคล็ดไม่ลับ!3วิธีวิ่งยังไงให้อึดที่สุด

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าถ้าเราอ้วนหรือไม่ใช่นักกีฬาก็จะไม่สามารถวิ่งได้นานๆได้
แต่ที่จริงแล้วมีวิธีฝึกที่ไม่ยากนักในการที่จะทำให้คุณสามารถวิ่งระยะไกลหรือ Long Distance Run (LSD)
จนไปถึงการวิ่งแบบมาราธอน (Marathon) ได้เลย ซึ่งคุณควรจะวิ่งแบบนี้ให้เป็นเพราะการวิ่งแบบ LSD
จะช่วยยกระดับร่างกายคุณให้ออกกำลังและเล่นกีฬาอื่นๆได้ดีขึ้นด้วย
โดยวันนี้เรารวบรวมเคล็ดลับวิธีวิ่งไม่ให้เหนื่อยหรือให้อึดมากที่สุด มาให้ฝึกกันดังนี้
1.เริ่มจาก จัดสภาพร่างกายให้เหมาะสมก่อนวิ่ง: สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่บางคนอาจมองข้ามไป
แต่ที่จริงมันจะช่วยให้คุณพร้อมสำหรับการวิ่งได้มากเลยทีเดียว
การเลือกรองเท้าวิ่ง
สิ่งนี้ทุกคนมองข้าม แต่รองเท้าที่ดีจะทำให้คุณวิ่งได้นานมากขึ้นเลยทีเดียว
เราแนะนำให้คุณอ่านวิธีเลือกรองเท้าวิ่งอย่างถูกต้องที่นี่
การรับประทานอาหารก่อนวิ่ง
หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องกินแป้งและน้ำตาลเยอะเพื่อสำรองพลังงานเพื่อจะได้วิ่งได้นานๆ
แต่ที่จริงแล้วคุณควรกินมื้อที่ไม่หนักมากก่อนวิ่งเป็นเวลาอย่างน้อย 1
ชั่วโมงเพื่อให้ร่างกายคุณย่อยอาหารและนำพลังงานไปใช้ได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังทำให้คุณไม่จุกเวลาวิ่งหนักๆด้วย
การเตรียมร่างกายก่อนวิ่ง
คุณควรพักก่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมากๆอย่างสม่ำเสมอในแต่ละวันที่คุณจะออกกำลังกาย
เพราะถ้าหากร่างกายคุณขาดน้ำแล้ว คุณจะไม่สามารถใช้ร่างกายได้อย่างเต็มที่ได้
2. ใช้ท่าวิ่งที่ถูก: จำไว้ว่าการวิ่งแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน คุณไม่สามารถเอาวิธีวิ่งแบบหนึ่งมาใช้กับอีกแบบได้
ต่อไปนี้คือสิ่งสำคัญในการจัดท่าวิ่งของคุณ
อย่าก้าวไกลเกินเข่า (Overstride): เพราะการก้าวที่ไกลเกินจะทำให้คุณเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น
และยังเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็วด้วย
ยืดสำตัวตรงและสูง (Run Vertically): เพื่อไม่ให้คุณเสียพลังงานไปกับ Momentum
ที่เปล่าประโยชน์จากการที่ร่างกายคุณสะบัดไปในทิศทางที่ไม่ต้องการ
โน้มตัวไปข้างหน้า (Lean): คุณต้องโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อใช้ประโยชน์จากแรงโน้มถ่วง
การก้าวย่าง: ควรก้าวถี่ๆ (High Cadence)
การลงเท้า: ห้ามใช้ส้นเท้าลงเด็ดขาด แต่จงใช้กลางเท้าลง (Flat foot) และไม่ควรทิ้งเท้าลงแบบไม่ยั้ง
เพราะจะทำให้เท้าคุณบาดเจ็บได้
ฟังเสียงการวิ่ง: หากคุณได้ยิ่งเสียงกระแทกดังๆระหว่างวิ่งแปลว่าคุณวิ่งผิดวิธีอยู่ จงแก้ไขซะ
ปิดท้ายกันที่ หายใจให้ถูก: การหายใจที่ถูกคือการหายใจเป็นจังหวะทางปาก เช่น “เข้า เข้า ออก ออก” (2:2 Rhythm)
หรือ “เข้า เข้า เข้า ออก ออก ออก” (3:3 Rhythm) โดยเป็นการหายใจด้วยส่วนท้องไม่ใช่อก
ในขณะที่การหายใจที่ผิดคือการหายใจ “เข้า ออก” รัวๆ (1:1 Rhythm)
ซึ่งจะทำให้คุณไม่สามารถนำอากาศเข้าไปได้อย่างเต็มที่ระหว่างวิ่ง ทั้งนี้หากคุณหายใจถูกวิธี
คุณจะสามารถพูดไประหว่างวิ่งได้…

Continue reading

มาดูการรักษาเส้นผมของเราให้เงางามอยู่เสมอ

คนเราเริ่มสนใจในการดูแลเส้นผมกันมากขึ้นในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องผมร่วง ผทหงอก ผมแตกปลาย ผมไร้น้ำหนัก
ผมขาดความเงางาม ผมหนา ผมบาง มันขึ้นอยู่กับเชื้อชาติพันธุกรรมของมนุษย์
เเละเส้นผมของคนเราปกติจะเจริญเติบโตได้วันละ 0.3มม.ดังนั้นภายใน 1 เดือนจะยาวได้ประมาณ 1 ซม. โดยเส้น
ผมแต่ละเส้นจะยืดยาวได้ 2 ปี หรือ ยาวประมาณ 36 นิ้วหลังจากนั้นเซลล์รากผมก็จะหยุดเจริญเติบโต เส้นผมจะร่วง และ
เซลล์รากผมก็จะสร้างเส้นผมขึ้นใหม่ เส้นผมบนหนังศีรษะร้อยละ 10ถึง 15 เป็นเส้นผมที่หยุดเจริญเติบโตและพร้อมที่จะร่วง
เเละมาดูวิธีดูแลเส้นผมให้สะอาดผมสุขภาพดีอยู่เสมอ คือจะต้องทำความสะอาดเป็นอันดับแรก คนปกติควรสระผม สัปดาห์ละ 1
ถึง 2 ครั้ง โดยสามารถใช้แชมพูอ่อนสระผมแชมพูอ่อนมีข้อดีตรงที่ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองไม่แพ้
ง่าย จึงเหมาะส้าหรับเด็กและบุคคลทั่วไปที่ไม่มีปัญหาเรื่องหนังศีรษะส่วนคนผมมัน ผมมันมักจะเกิดในคนที่ชอบเล่นกีฬา
หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องผจญกับฝุ่นละออง สารเคมี การฟอกสีผมประเภทนี้ผมมักจะสกปรกง่าย ถ้าเป็นไปได้ควรจะสระผมทุกวัน
และหากรู้สึกว่าผมแห้งกรอบจากการสระผมอาจใช้ครีมผสมเข้าไปจะช่วยได้เยอะเเละอีกปัญหาคือการดูแลผมที่เป็นรังแค
สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับรังแคอาจต้องใช้แชมพูป้องกันรังแคที่มีส่วนผสมของ
ซิงก์ไพริไทออนคีโตโคนา โซล เซเลเนียมซัลไฟด์ ไพรอคโทนโอลามีน ซัลเฟอร์รีซอร์ซินอล
หรือกรดซาลิไซลิก ซึ่งรังแคมักมีสาเหตุจากเชื้อราชนิดหนึ่ง
วิธีการรักษา อาจต้องสระโดยทิ้งแชมพูไว้บนศีรษะประมาณ 3 ถึ 5 นาที เสร็จแล้วจึงล้างออก ความถี่ห่างของการ
ใช้ขึ้นกับความรุนแรงของรังแคที่เป็น สามารถสระได้ทุกวันขณะเดียวกันคงต้องหาสาเหตุและปัจจัยอื่นซึ่งส่งเสริมให้เกิดรังแคมาก
ขึ้น เช่น ความเครียด การใช้น้ำมันใส่ผมทำให้เกิดปัญหาได้ถ้าอาการดีขึ้นอาจจะลดระยะเวลาสระผมลงเหลือแค่วันเว้นวัน
เวลาสระให้ใช้ปลายนิ้วค่อยๆถูนวดพร้อมกันไป เเละในขณะสระ อย่าเกาและอย่าใช้ปลายเล็บขูด
เพราะว่าจะทำให้หนังศีรษะถูกรบกวนได้ถ้าไปสระผมตามร้านเสริมสวยควร
เตรียมแชมพูไปเองและอย่าลืมบอกให้ช่างเสริมสวยหลีกเลี่ยงการเกาหนังศีรษะแรงๆ
เพราะจะเป็นผลเสียต่อเส้นผมและหนังศีรษะนั้นเองเเละที่สำคัญนอกจากการดูแลรักษาสุขภาพทั่วไป
เราควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอการทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส
สามารถจะทำให้สุขภาพผมของคุณดีตามไปด้วยใครที่มีปัญหาเรื่องเส้นผมก็ลองไปทำดูรับรองว่าจะต้องหายอย่างเเน่นอนเพราะว่าผมนั้นมี
ความสำคัญอย่างมากเป็นหน้าเป็นตาของคนเราเลยทีเดียว…

Continue reading

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอให้มีประสิทธิภาพ

อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่าการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอคือการเน้นให้การกระตุ้นของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบเผาผลาญ
ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อของหัวใจให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
โดยจะเน้นในเรื่องของการผลาญไขมันในร่างกายเพราะร่างกายจะดึงไขมันมาเผาผลาญจำเป็นต้องใช้ออกซิเจนช่วยในการเผาผลาญ
เวลาหายใจเข้าหัวใจก็มีหน้าที่สูบฉีดและส่งเลือดที่เป็นตัวนำออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่างๆในร่างกายเพื่อเผาผลาญไขมัน
ซึ่งวิธีการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดไม่จำเป็นต้องเร่งรีบหรือว่าใช้กำลังมากมาย เพราะอย่างที่บอกว่า
การออกกำลังกายแบบ คาร์ดิโอ เป็นการออกกำลังที่จะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้นยิ่งขึ้น
ทำให้ร่างกายมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้นอย่างมากโดยสังเกตจากการหายใจที่จะถี่กว่าปกติมากยิ่งขึ้น
ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการออกกำลังที่ใช้ปริมาณพลังระดับเบาหรือในระดับปานกลางแบบต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น
การวิ่งออกกำลังกายระยะไกล, การปั่นจักรยาน, หรือว่าการเดินเร็ว ส่วนการวิ่งแบบระยะสั้นด้วยความเร็วสูงแล้วหยุด
ถือว่าไม่ใช่การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เนื่องจากเป็นการใช้แรงเยอะและหยุดพัก
เพราะคาร์ดิโอนั้นจะเน้นในเรื่องของการขยับร่างกายที่ต่อเนื่อง
ส่วนประโยชน์ของการออกกำลังกายแบบ คาร์ดิโอ
นั้นมีอยู่มากมายเรียกได้ว่าถ้าทำอย่างถูกวิธีมีแต่ข้อดีอย่างแน่นอน
ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ที่ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น ช่วยลดความเครียด ผ่อนคลายโรคซึมเศร้า,
ช่วยบำรุงการไหลเวียนของเลือดในร่างกายดีขึ้น
ช่วยให้ความดันโลหิตลดลง, ลดโอกาสการเกิดการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน
โรคเส้นเลือดม,ช่วยทำให้ระบบอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ รวมถึงปอด มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น
ในส่วนของการลดน้ำหนักหากออกกำลังแบบคาร์ดิโอร่วมกับการควบคุมอาหาร จะช่วยให้ลดน้ำหนักและควบคุมน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้น
รวมไปถึงาหากฝึกคาร์ดิโอแบบระยะยาวยังสามารถที่จะช่วยให้ลดอาการอ่อนเพลียสุขภาพดีขึ้น,
สร้างภูมิคุ้มกันลดคลอเรสตอรอลในร่างกายและลดโอกาสในการเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานและความดันด้วย
ส่วนการออกกำลังกาบแบบคาร์ดิโอสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มออกำลังกายให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เราขอแนะนำคือ การเดิน
สำหรับการเดินติดต่อกันนานๆจะช่วยเผาผลาญพลังงานจากไขมันได้เป็นอย่างดี
พร้อมกับลดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและไม่เสียมวลกล้ามเนื้อด้วย
พร้อมกับไม่เหนื่อยทำให้สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องผู้ที่ยังไม่สามารถออกกำลังกายหนัก ๆ ได้ และหากเพิ่มระยะทางการเดินขึ้น
หรือเพิ่มความเร็วขึ้นก็จะช่วยให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น…

Continue reading

สำหรับสาเหตุของโรคเบาหวาน

โดยระบบการเผาผลาญของร่างกายจะย่อยอาหารที่รับประทานเข้าไปให้อยู่ในรูปแบบของน้ำตาลกลูโคส
และมีฮอร์โมนอินซูลินที่ผลิตได้จากตับอ่อนนำน้ำตาลกลูโคสเหล่านี้ไปเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อเผาผลาญเป็นพลังงาน แต่ในผู้ป่วยเบาหวาน
ร่างกายจะไม่สามารถนำน้ำตาลกลูโคสเข้าไปในกระแสเลือดได้เนื่องจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือเนื้อเยื่อเกิดภาวะการดื้ออินซูลิน
ส่งผลให้ผู้ป่วยเบาหวานมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia)ซึ่งสามารถแยกสาเหตุของโรคเบาหวานตามประเภทที่พบโดยทั่วไปได้ดังนี้
เบาหวานประเภทที่ 1
เป็นโรคเบาหวานที่เกิดจากเบตาเซลล์ (Beta cells)
ของตับอ่อนที่มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลินถูกทำลายโดยระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ทำให้ตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้
ผู้ป่วยประเภทนี้จึงจำเป็นต้องได้รับอินซูลินเข้าสู่ร่างกายด้วยการฉีดอินซูลินหรือรับประทานยาในระยะยาว นอกจากนี้
ปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่โรคเบาหวานชนิดนี้ยังเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมโรคหรือการติดเชื้อที่เกิดกับตับอ่อน
โรคเบาหวานประเภทนี้มักพบในผู้ที่มีอายุน้อยเป็นส่วนใหญ่
แต่มีความเป็นไปได้ในทุกช่วงอายุ ซึ่งอาการของโรคจะมีการพัฒนารวดเร็ว
เกิดแบบเฉียบพลัน ทั้งนี้สาเหตุของการเกิดเบาหวานประเภทนี้ยังไม่แน่ชัดและพบได้ประมาณ 5%

เบาหวานประเภทที่ 2
เป็นโรคเบาหวานที่เกิดจากภาวะการดื้นอินซูลินหรือความผิดปกติในการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินของตับอ่อนน้อยเกินไป โรคเบาหวานประเภทที่ 2
นี้ถือว่าเป็นโรคเบาหวานที่สามารถพบได้มากที่สุดประมาณ 95% โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องจากปัญหาน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนตั้งแต่เด็ก
ขาดการออกกำลังกาย ประวัติการเป็นเบาหวานในครอบครัว และอายุที่มากขึ้นเบาหวานชนิดนี้มักพบในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก
อาการของโรคจะมีการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะเวลานานเบาหวานขณะตั้งครรภ์
เป็นโรคเบาหวานที่ตรวจพบครั้งแรกขณะตั้งครรภ์เท่านั้น
โดยผู้ป่วยไม่เคยมีประวัติการเป็นโรคเบาหวานมากก่อนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนบางชนิดที่มีฤทธิ์
ต่อต้านฮอร์โมนอินซูลินที่มีหน้าที่ในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จนเกิดภาวะการดื้ออินซูลิน
ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่าเกณฑ์ปกติและมีการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี
นอกจากนี้เบาหวานยังสามารถเกิดได้จากโรคหรือความผิดปกติอื่น ๆ เช่น
เบาหวานจากโรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง เบาหวานจากโรคต่อมไร้ท่ออื่น ๆฮอร์โมนผิดปกติจากการใช้ยาบางชนิด เป็นต้น…

Continue reading

เจ๋ง!รวมเทคนิคเปลี่ยนขนตาสั้น เป็นกันสาดด้วยตัวเอง

แม้ขนตาจะเป็นพื้นที่เล็กๆ
แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับผู้หญิงไม่น้อย
และไม่ใช่คุณผู้หญิงทุกคนที่จะได้ครอบครองขนตายาว
ที่งอนงามเป็นธรรมชาติติดตัวมา แต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะวันนี้เรามี 5
สูตรที่จะมาเปลี่ยนขนตาสั้น เป็นกันสาดได้ด้วยตัวเองกันเลย
1.อ่อนโยนกับขนตากันนะ
ในชีวิตประจำวันอาจจะมีบางครั้งที่เราเผลอทำให้ขนตาหลุดร่วง
ไปอย่างไม่ตั้งใจ เช่น จากการขยี้ตา ปัดมาสคาร่า หรือแม้กระทั่งการดัดขนตา
ก็ควรทำอย่างเบามือทุกๆครั้ง
เพราะนอกจากขนตาที่เราอยากจะรักษาไม่อยากให้หลุดร่วงแล้วผิวหนังบริเว
ณรอบดวงตาก็เป็นอะไรที่บอบบางได้ง่ายมาก
เราจึงควรจะอ่อนโยนกับมันตลอดเวลา
2.ล้างเครื่องสำอางด้วยวิธีธรรมชาติ
ในการล้างเครื่องสำอางโดยเฉพาะการชำระล้างมาสคาร่านั้นเราควรใช้น้ำมัน
มะพร้าว หรือที่ล้างเครื่องสำอางสูตรอ่อนโยน
และไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานข้ามคืน จนทำให้มาสคาร่าเกรอะกรัง
เป็นที่มาของการสะสมสิ่งสกปรกพวกฝุ่นและแบคทีเรียต่างๆ
อันจะมีผลทำให้ขนตาอ่อนนุ่มของเราเปราะบาง ขาดง่ายมากขึ้นไปอีก
3.หวีขนตา
เราสามารถใส่ใจดูแลขนตาของเราด้วยการหวี ใช่ค่ะ
เราควรหวีขนตาของเราบ่อยครั้งไม่ต่างจากผมเลยทีเดียว
เพราะนอกจากจะทำให้ขนตาเราเรียงสวยเป็นระเบียบแล้ว
ยังมีผลทำให้ขนตาแข็งแรง และยาวขึ้นอีกด้วย
4.ให้ความสำคัญกับอาหาร

การทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป และอาหารขยะ
จะช่วยส่งเสริมร่างกายให้มีสุขภาพที่ดี และรวมไปถึงเส้นผม
ขนต่างๆบนร่างกาย ไม่เว้นแม้แต่ขนตาของเรา
และก็ไม่ควรละเลยการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกายในแต่ละวัน
5.ใช้ทรีทเม้นต์บำรุงขนตา
ควรเลือกทรีทเม้นต์ที่จะใช้บำรุงขนตา ที่มีส่วนผสม
หรือสารสกัดจากธรรมชาติจะดีที่สุด
เพราะส่วนประกอบของทรีทเม้นต์ที่มาจากสารสังเคราะห์ หรือสารเคมีต่างๆ
มันจะสามารถทำให้เกิดการแพ้ อุดตัน
และด้วยความที่ขนตาเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้กับดวงตาของเราอย่างมาก
จึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย
เพื่อหลีกเลี่ยงอาการระคายเคืองจากสารเคมีที่อาจจะเกิดตามมาตัวช่วยจากธร
รมชาติตัวไหนบ้างที่นอกจากจะช่วยบำรุงขนตาเป็นอย่างดีแล้ว
ยังสามารถทำให้ขนตามีการเจริญเติบโตที่ดีขึ้นได้ ก็หนีไม่พ้นบรรดา
น้ำมันมะกอก น้ำมันละหุ่ง น้ำมะพร้าว รวมไปถึงมาสกว่านหางจระเข้ด้วยค่ะ
สาวๆสามารถเลือกสรร วิธีที่เหมาะกับตัวเองในการที่จะทำให้ขนตาของเรานั้น
ยาว งอนงาม มากขึ้น อย่างปลอดภัย
สวยจนใครๆที่เผลอสบตาต้องตกหลุมรักเลยทีเดียว…

Continue reading

วิตามินที่มีประโยชน์เจ้าอยู่ในอาหารประเภทใดบ้าง ตอนจบ

จากตอนที่แล้วเรากล่าวถึงวิตามินที่ละลายในไขมัน
และละลายในน้ำบางประเภทไปแล้ว ตอนสุดท้ายจะกล่าวถึงวิตามินบี
ซึ่งเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง
ซึ่งวิตามินบีนั้นมีมากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี 1 6 หรือ 12
ซึ่งแต่ละชนิดก็ให้ประโยชน์กับร่างกายต่างกัน
และพบได้ในอาหารแต่ละชนิดต่างกันไป ดังนี้
1. วิตามินบีหนึ่ง (B1)
ประโยชน์ – เปลี่ยนสารอาหารที่รับประทานให้เป็นพลังงาน ให้กับร่างกาย
– ช่วยให้กล้ามเนื้อ ผิวหนัง และเส้นผม แข็งแรง
– ช่วยในการทำงานของสมอง
แหล่งที่พบ – เนื้อสัตว์
– นมถั่วเหลือง
– แตงโม
– ฟักทอง
2. วิตามินบีสอง (B2)
ประโยชน์ – เปลี่ยนสารอาหารที่รับประทานให้เป็นพลังงาน ให้กับร่างกาย
– ช่วยให้ผิวหนัง และเส้นผมแข็งแรง
– ช่วยในการทำงานของสมอง
– ช่วยในการทำงานของระบบเลือดในร่างกาย
แหล่งที่พบ – นม ชีส
– ธัญพืช
3. วิตามินบีสาม (B3)
ประโยชน์ – เปลี่ยนสารอาหารที่รับประทานให้เป็นพลังงาน ให้กับร่างกาย
– ช่วยในการทำงานของระบบประสาท และสมอง
– ช่วยให้ผิวหนังแข็งแรง สุขภาพดี
– ช่วยให้เซลล์หลอดเลือดแข็งแรง
แหล่งที่พบ – เนื้อวัว เนื้อไก่ และปลา
– ถั่วต่างๆ มันฝรั่ง และเห็ด
– ธัญพืช Whole grains
4. วิตามินบีห้า (B5)
ประโยชน์ – เปลี่ยนสารอาหารที่รับประทานให้เป็นพลังงาน ให้กับร่างกาย
– ช่วยในการสร้างฮีโมโกลบิน (เม็ดเลือดแดง) สเตรียรอยด์ฮอร์โมน สารสื่อประสาท
ทำให้ร่างกายทำงานประสานกันได้อย่างเป็นปกติ รักษาสมดุลของร่างกาย
แหล่งที่พบ – เห็ด อะโวคาโด บล็อกโคลี่ และมะเขือเทศ
– เนื้อไก่
– ธัญพืช Whole grains
5. วิตามินบีหก (B6)
ประโยชน์ – ทำให้ระดับโฮโมซิสเทอีนในเลือดลดลง (Homocysteine
เป็นสารที่ได้หลังจากร่างกายย่อยโปรตีน
ซึ่งหากมีสารนี้ในเลือดสูงจะเกิดอันตรายต่อหลอดเลือด
ทำให้ผนังของหลอดเลือด เช่นหลอดเลือดหัวใจ หรือหลอดเลือดที่สมอง
ถูกทำลาย ก่อให้เกิดโรคตามมาได้)
– ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ
– ช่วยในกระบวนการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง
ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
แหล่งที่พบ – เนื้อวัว เนื้อปลา เนื้อไก่
– เต้าหู้
– มันฝรั่ง
– ถั่ว ประเภทถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วลันเตา เป็นต้น
6. วิตามินบีสิบสอง (B12)
ประโยชน์ – ทำให้ระดับโฮโมซิสเทอีนในเลือดลดลง (Homocysteine
เป็นสารที่ได้หลังจากร่างกายย่อยโปรตีน
ซึ่งหากมีสารนี้ในเลือดสูงจะเกิดอันตรายต่อหลอดเลือด
ทำให้ผนังของหลอดเลือด เช่นหลอดเลือดหัวใจ หรือหลอดเลือดที่สมอง
ถูกทำลาย ก่อให้เกิดโรคตามมาได้)
– ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ
– ช่วยในกระบวนการสร้างเซลล์ใหม่
– ช่วยในการแตกตัวของกรดอะมิโน
– ปกป้องเซลล์ประสาท และช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย
– ช่วยในกระบวนการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง
ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
แหล่งที่พบ – เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อปลา
– นมวัว นมถั่วเหลือง
– ไข่
ดังนั้นการรับประทานที่มีประโยชน์
และหลากหลายจะช่วยให้กระบวนการต่างๆ
ในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการเกิดโรคต่างๆ
มีสุขภาพร่างกายที่ดี ซึ่งส่งผลต่อคณภาพชีวิตของเราด้วย…

Continue reading

ก่อนจะซื้ออาหารเสริมลดน้ำหนักต้องดูคำนึงอะไรบ้าง

ในปัจจุบันหลายๆคนหันมารักษาสุขภาพกันมากขึ้น
ไม่ว่าเป้าหมายนั้นจะเป็นการลดน้ำหนัก
หรือทำให้สุขภาพแข็งแรงห่างไกลจากโรคภัย ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีทั้งสิ้น
แต่ก็มีหลายคนที่เหน็ดเหนี่อยกับการคุมอาหารรวมไปถึงการออกกำลังก
าย จนมองหาทางลัดที่จะช่วยให้น้ำหนักลดเร็วขึ้น
ซึ่งแน่นอนคงจะหนีไม่พ้น “ยาลดน้ำหนัก”
ที่เป็นอันตรายส่งผลเสียต่อร่างกาย
แต่ก็มีอาหารเสริมบางชนิดที่ทำออกมา
ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงอาหารเสริมที่ช่วยสำหรับการลดน้ำหนักว่าสิ่งที่ค
วรคำนึงถึงนั้นมีอะไร
เพื่อให้ท่านไม่ถูกหลอกและไม่มีอันตรายกับสุขภาพและร่างกาย
ซึ่งก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า
อาหารเสริมเหล่านี้ไม่ใช่ยาลดความอ้วน
แต่จะเป็นตัวช่วยให้การลดน้ำหนักนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นนั่นเอง
ซึ่งสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงหลักๆก็มีดังนี้
1.มาตรฐานความปลอดภัย
สิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยคือเรื่องของความปลอดภัยของอาหารเสริม
เพราะเป็นตัววัดว่าอาหารเสริมชนิดนี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่
ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือเปล่าไม่ว่าจะเป็น “GMP”,
“FDA” หรือ “Halal” ก็ตาม ซึ่งหากไม่ได้มีการรับรองจากที่ไหนเลย
ควรหลีกเลี่ยงทันทีให้คิดว่าเป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างแน่นอน
2.ส่วนประกอบของอาหารเสริม
นี่ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญเช่นเดียวกัน
ส่วนใหญ่อาหารเสริมนั้นมักจะมีการบอกรายละเอียดของส่วนผสมเอาไว้
อยู่แล้ว ทำให้เรารู้ว่ามีสารอะไรบ้าง
ซึ่งถ้าเป็นอันตรายหรือเราเป็นคนที่แพ้สารดังกล่าวจะได้รู้เท่าทันและหลี

กเลี่ยง ส่วนสิ่งที่แนะนำคือควรเลือกสารสกัดที่มาจากธรรมชาติ
และไม่มีผลข้างเคียงระยะยาวต่อร่างกาย
3.สรรพคุณต่างๆ
สรรพคุณหรือผลลัพท์ทานเข้าไป
ส่วนใหญ่ในแผนการตลาดก็จะชูในเรื่องของสรรพคุณอยู่แล้ว
แน่นอนว่าอาหารเสริมคือการลดน้ำหนัก ควรที่ดูที่ไม่โอเวอร์เกินไปหรือ
โฆษณาเกินความจริง
บางอย่างก็มีสรรพคุณที่น่าสนใจเช่นช่วยให้บำรุงผิว
หรือต้านสารก่อมะเร็ง
4.ยี่ห้อแบรนด์ของสินค้า

ในปัจจุบันต้องยอมรับว่ามีอาหารเสริมสำหรับการควบคุมน้ำหนักออกมา
มากมาย ซึ่งมีการรีวิวให้รับชม ถึงคุณสมบัติต่างๆ
โดยใช้ผู้ที่มีชื่อเสียงเข้ามา
ทำให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้นในตัวของสินค้า
ซึ่งคำแนะนำควรเลือกแบรนด์ที่ได้มีคนยอมรับสูงใช้แล้วได้ผลจริง
5.ราคาสมเหตุสมผลหรือไม่
แน่นอนว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
บางแบรนด์ก็มีราคาที่สูงเกินกว่าที่เราจะจ่ายไหว
ซึ่งเราควรที่จะเปรียบเทียบราคาสินค้าในแต่ล่ะยี่ห้อว่าคุณสมบัติกับราค
านั้นเหมาะสมกันแค่ไหน ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อไปรับประทาน…

Continue reading