โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถึงมีถุงยางก็ไม่ช่วย

เป็นที่เข้าใจกันว่า ถุงยางนั้นช่วยป้องกันการตั้งครรภ์และป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
แต่ว่าหารู้ไม่ ยังมีบางโรคบางอย่างที่ถุงยางอนามัยก็ไม่สามารถป้องกันได้ อย่างเช่น
โรคที่เกิดจากการสัมผัสผิวหนังกัน นั่นคือ หูดหงอนไก่ รวมทั้งเริมที่อวัยวะเพศ
เพศสัมพันธ์แบบไหน ติดเชื้อ/ติดโรคได้มากที่สุด
การเล้าโลม หรือสำเร็จความใคร่ด้วยมือ มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดโรคจากคู่นอนน้อยที่สุด
แต่ถ้าเกิดเพศสัมพันธ์ด้วยปาก และผ่านช่องคลอด จะยิ่งมีความเสี่ยงสูงมากขึ้น
รวมทั้งการมีเซ็กส์ผ่านทวารหนัก มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดโรคมากที่สุด
เนื่องจากอวัยวะสืบพันธุ์ชายเมื่อเข้าไปในรูทวารหนักทำให้เกิดรอยถลอกได้ง่าย
ทำให้เชื้อโรคผ่านเข้าสู่แผลนั้นได้ง่ายขึ้น
ถุงยาง จะป้องกันโรคได้มากขึ้น
เมื่อคุณควรเลือกขนาดของถุงยางให้เหมาะสมกับขนาดของอวัยวะเพศของคุณผู้ชาย
ถ้าหากไม่มั่นใจว่าต้องใช้ขนาดไหน ให้ลองซื้อมาให้หลายๆขนาด
แล้วสังเกตความแน่นในการสวมใส่ และ ไม่ควรสวมถุงยางเกิน 2 ชิ้น
ต่อการมีเพศสัมพันธ์ 1 ครั้ง เพราะอาจจะทำให้ถุงยางเสียดสีกันจนขาดได้ง่าย
และก็ที่สำคัญเมื่อใช้ถุงยางเสร็จแล้ว ควรจะโยนทิ้งทันทีไม่ควรนำกลับมาใช้ใหม่
และก็หากจะใช้สารหล่อลื่นกับถุงยางอนามัย ควรเลือกใช้แบบเจลไม่ควรใช้แบบน้ำมัน
เพราะอาจจะก่อให้ถุงยางอนามัยชำรุดเสียหายได้ ควรรูดอากาศออกมาจากกระเปาะของถุงยางก่อนสวม
เนื่องจากว่าอากาศภายในถุงยางอาจทำให้ถุงยางแตก หรือขาดได้ง่ายยิ่งขึ้น
หลังทำกิจกรรมเสร็จเรียบร้อย ฝ่ายชายควรถอนอวัยวะเพศออกมาก่อนที่อวัยวะเพศจะอ่อนตัว
ป้องกันถุงยางอนามัยหลุดเข้าไปในช่องคลอดของฝ่ายหญิง
และการป้องกันความเสี่ยงของโรคเพศสัมพันธ์ได้ดีที่สุด
คือ การไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆคือ ควรจะรักเดียวใจเดียวนั่นเอง