ความแตกกต่างของเวชสำอาง และเครื่องสำอาง

นี่คือความแตกต่างระหว่าง เครื่องสำอางและเวชสำอาง   จึงไม่ใช่เรื่องแปลก
ที่ทำไมคลินิกความงามจึงมีคนเข้ามารักษาผิวหน้ากันมากมาย
โดยจะขอแยกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามออกเป็น2 กลุ่มใหญ่ๆ
เพื่อให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นกลุ่มเครื่องสำอาง และกลุ่มเวชสำอาง
กลุ่มเครื่องสำอาง
ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ได้รับความนิยมกันมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน
แล้วเครื่องสำอางมีความแตกต่างจากเวชสำอางอย่างไร?
-ราคา
เครื่องสำอางจัดเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อให้ได้รับความนิยมในตลาดทั่วประเทศ   ด้วยเหตุนี้จึงเน้นที่ราคาถูก
เพื่อให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงสินค้าได้ง่าย มีจำหน่ายทั่วไป และเราจะเห็นโฆษณาสินค้าได้ในทุกสื่อโดยเฉพาะทางทีวี
-หาซื้อได้ง่าย
เนื่องจากเป็นสินค้าเพื่อคนส่วนใหญ่และมีราคาถูก   ผู้ผลิตจึงต้องวางสินค้าทั่วประเทศ
-ประสิทธิภาพ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่บรรดาเจ้าของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทุกคนกลัวก็คือ ภาพลักษณ์ของสินค้า
โดยเฉพาะการแพ้หรืออาการข้างเคียงจากการใช้   ด้วยเหตุนี้ผู้ผลิตเหล่านี้
จึงไม่กล้าใส่สารออกฤทธิ์ที่สำคัญในปริมาณเข้มข้นเพราะอะไร? …
เพราะว่า… ถ้าเมื่อไหร่ที่มีคนใช้และเกิดอาการหน้าแดง คันหรือบวม (เพียงแค่ 1 คน) ก็ตาม
และถ้าเรื่องนี้หลุดเข้ามาเป็นข่าว   ข่าวนี้ก็จะแพร่ออกไปเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว
และคนส่วนใหญ่จะรับรู้ข่าวในด้านลบ ถึงข่าวที่ออกไปจะไม่เป็นเรื่องจริง
หรือถ้าจริงก็ตามและมีการต่อสู้เป็นคดีความ   ในท้ายที่สุดเจ้าของผลิตภัณฑ์ก็จะชนะคดีความ
(เพราะการแพ้หรืออาการข้างเคียง มีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอกับทุกคน)   แต่คนส่วนใหญ่จะกลัวไว้ก่อน
นี่คือสิ่งที่เจ้าของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้กลัวกันมาก และเรื่องนี้
ก็เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อหลายปีก่อนกับผลิตภัณฑ์ทาหน้าอกตัวหนึ่ง ซึ่งดังมากเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา
แต่พอมีข่าวลบออกมาและเป็นคดีความอยู่หลายปี   ในท้ายที่สุดบริษัทนี้ก็ชนะคดี
แต่สินค้าก็ถูกถอนออกจากตลาดไปแล้ว เพราะขายไม่ได้
สรุป… ผู้ที่เสียหายมากที่สุด ก็คือ บริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ทาหน้าอก ถึงแม้จะชนะคดีก็ตามเป็นความเสียหายที่ประมาณค่าไม่ได้ทางธุรกิจ
ดังนั้น สินค้าในกลุ่มนี้จึงเห็นผลน้อยมากจากการใช้
ถึงแม้จะใช้เป็นประจำทุกวันก็ตามใช้ง่ายเนื่องจากมีความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์ต่ำ
จึงมีความปลอดภัยสูง   ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องขอคำแนะนำจากผู้ใด
กลุ่มเวชสำอาง
-ราคา
เนื่องจากเป็นสินค้าที่ใช้แล้วออกฤทธิ์แรงและเห็นผล เร็ว เพราะผู้ผลิตใส่สารออกฤทธิ์ในความเข้มข้นสูง
ซึ่งสารพวกนี้มีราคาสูง   ทำให้ต้นทุนสินค้าจึงมีราคาสูงตามไปด้วย
-ประสิทธิภาพ
อย่างที่บอกไปแล้วว่า เพราะมีสารออกฤทธิ์ที่สำคัญในความเข้มข้นสูง   สินค้าจึงเห็นผลเร็ว
จากการใช้เพียงไม่กี่ครั้งและก็เช่นเดียวกัน เมื่อมีความเข้มข้นสูง ก็ย่อมมีโอกาสเกิดอาการข้างเคียงหรือแพ้จากการใช้ได้
เป็นเรื่องธรรมดา
-การใช้งาน
เนื่องจากมีความเข้มข้นสูง จึงต้องระมัดระวังในการใช้   ดังนั้นจึงต้องอยู่ในการดูแลของผู้ที่เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด
สินค้าจึงมีจำหน่ายผ่านทางคลินิกแพทย์ความงามเป็น ส่วนใหญ่
และตามศูนย์ดูแลให้คำปรึกษาของผลิตภัณฑ์แบรนด์เนมดังจากต่างประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าราคาก็เป็นหลักพันขึ้นไป
จนถึงหมื่น
จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คุณคงต้องให้คำแนะนำกับลูกค้าของคุณว่า เขาต้องการผลลัพธ์แบบไหน
ถ้าไม่กลัวเรื่องแพ้ และต้องการเห็นผลเร็ว ก็เลือกใช้เวชสำอาง
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะแจ้งให้คุณทราบก็คือ ปัจจุบันนี้ เทคโนโลยี่ทางการแพทย์
และความงามได้เจริญก้าวหน้าจนเกือบจะมาบรรจบกัน (จากเดิมที่วิ่งขนานกันมาตลอด) ซึ่งอีกไม่นาน
พวกเราคงจะได้เห็นสินค้านวัตกรรมที่มีความปลอดภัยมากขึ้น และเห็นผลเร็ว ในราคาที่สมเหตุสมผล