ทาครีมแบบไหนถูกต้องมากที่สุด ถ้าอยากรู้ต้องลองเลย

 

การทาครีมของสาว ๆ นั้น ไม่ใช่แค่การทาครีมแบบทาเฉย ๆ ทาอย่างไรก็ได้ ทาไปเถอะ อะไรแบบนี้ แต่จะต้องมีทักษะในการทาครีม เพื่อให้ครีมซึมซาบเข้าสู่ผิวได้แบบรวดเร็วอีกด้วย ซึ่งวันนี้เราจะแชร์เคล็ดลับในการทาครีมว่าควรทาอย่างไรให้เหมาะสม และถูกต้อง  คาสิโน

1.ทาครีมที่คอ

การทาครีมที่คอก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าการทาครีมที่คอนั้น มีความสำคัญที่ไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งหากว่าใบหน้าที่มีความเต่งตึง ขาว สว่าง กระจ่างใส  น่าสัมผัสอย่างมากเลยทีเดียว  แต่ว่าคอมีริ้วรอย เหี่ยวย่น ก็คงจะดูไม่งามจริงไหมคะ สาว ๆ จะต้องหันมาสนใจ และใส่ใจในการทาครีมเพื่อประสิทธิภาพของดีของผิวพรรณ ทั้งใบหน้าแล้วลำคอนะคะ  ส่วนวิธีการทาครีมนั้น จะต้องทาโดยการลูบขึ้นตามลำคอค่ะ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ลำคอไม่เหี่ยวย่นด้วย

2.ทาครีมที่ใบหน้าอย่างถูกต้อง

การทาครีมอย่างถูกต้องนั้น จะต้องใช้นิ้วแตะครีมในปริมาณที่เหมาะสม มาแต้มที่บริเวณใบหน้าทั้ง 5 จุด คือ หน้าผาก คาง จมูกและแก้มทั้งสองข้าง แล้วจึงใช้นิ้วเกลี่ยครีมทั้งหมดบนใบหน้าเบา  ๆ เพียงเท่านี้ ก็เป็นการทาครีมบนใบหน้าที่ถูกต้องแล้วล่ะค่ะ

3.การทาครีมรอบดวงตา

สำหรับการทาครีมรอบดวงตา จะต้องเป็นการทาครีมที่เบามือมากที่สุด เพราะว่าเป็นจุดที่บอบบาง และจะต้องใช้ครีมในปริมาณที่เหมาะสมด้วย คือ เท่าเมล็ดถั่วเขียว  โดยใช้นิ้วมือทาลงไปที่รอบดวงตาอย่างเบามือมากที่สุด แล้วรนไปในทิศทางเดียวกัน จึงจะเป็นการทาครีมรอบดวงตาอย่างถูกต้อง

4 . การทาครีมบริเวณแขน

การทาครีมบริเวณแขนนั้น จะต้องทาครีมจากต้นแขน แล้วทามาที่ปลายแขน และมือ แล้วใช้ปลายนิ้วลูบไล้เบา ๆ ซึ่งเนื้อครีมจะซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดี ซึ่งทั้งนี้จะต้องเน้นบริเวณข้อศอก ซึ่งเป็นจุดที่มีผิวแห้ง หยาบกร้าน จะต้องเน้นและทาครีมอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ จึงจะทำให้ช่วงข้อศอกที่หยาบแห้งกร้าน จะนุ่มลงได้ค่ะ

5.ทาครีมที่ขาและเท้า

หลังจากที่ทาครีมส่วนบน บนใบหน้าและคอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องทาครีมที่ขา โดยการทาครีมที่หน้าแข้ง ซึ่งผิวพรรณช่วงนี้จะเป็นผิวที่ค่อนข้างแห้งมากที่สุด  จึงจะต้องดูแลผิวพรรรณบริเวณนี้ให้มากที่สุดนั่นเอง นอกจากนี้การทาครีมที่บริเวณ ขา หน้าแข้ง และเท้านั้น โดยเฉพาะเท้าหากมีการนวดอย่างเบา ๆ ก็จะทำให้เป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย…

Continue reading

หน้ามืด เสริมวิตามินอะไรดี

ช่วงที่เราควบคุมน้ำหนัก อาจจะเลือกรับประทานอาหารจนทำให้ขาดสารอาหาร รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ หรืออย่างในช่วงเทศกาลเจ หรือคนที่รับประทานอาหารเจตลอด วันนี้ Holistic Medical Center หรือ HMC ศูนย์กลางเพื่อสุขภาพแบบองค์รวม ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “วิตามิน” ที่ที่ช่วยเสริมสำหรับผู้ที่รับประทานเจหรืออาหารจำกัด

1.ธาตเหล็ก ช่วยกับกลุ่มที่ผู้ที่มีอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ มึนหัว รวมทั้งมีอาการอักเสบที่ลิ้น รวมไปถึงช่วยผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาไม่ปกติ ก็สามารถทานวิตามิน หรือสารอาหารที่มีธาตุเหล็กผสมอยู่

2.วิตามิน B2 การรับประทานเจ อาจทำให้เราขาดสารอาหารที่สำคัญกับร่างกายอีกอย่าง นั้นคือ วิตามินบี 2 ดังนั้น ควรเสริมวิตามินด้วยการรับประทานอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อร่างกายขาดสารอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ ร่างกายอาจได้รับสารอาหารประเภทนี้ไม่เพียงพอ ซึ่งทำให้มีอาการท้องผูก ท้องร่วง เลือดออกที่เหงือก เป็นต้น

3.กรดโฟลิก หรือวิตามินบี 9 ช่วยในเรื่องของผู้ที่มีอาการอ่อนเพลีย ปวดหัว ใจสั่น โลหิตจาง

หากรับประทานอาหารแล้วเกิดอาการข้างต้น ก็ควรหาตัวช่วยเสริมมาให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน

 

 …

Continue reading

วิตามินอี ดีต่อร่างกายและความงาม

วิตามินอี เป็นสารที่จำเป็นต่อร่างกายในด้านสุขภาพ อีกทั้งยังมีประโยชน์ด้านความงาม 
และเพื่อการเสริมวิตามินอีที่ถูกต้องเหมาะสม จำเป็นต้องทำความเข้าใจให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 
เกี่ยวกับความต้องการวิตามินอีภายในร่างกาย และการทานอาหารเสริมวิตามินอีที่เพียงพอ 
รวมถึงประโยชน์ของวิตามินอีในลักษณะต่างเช่น ยา อาหาร และก็เครื่องสำอาง

ความต้องการวิตามินอีของร่างกาย
*
ร่างกายคนทั่วไปต้องการวิตามินอีวันละ 10 IU
*
ถ้าเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรง รวมทั้งกินอาหารครบ หมู่เป็นประจำ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการขาดวิตามินอี
*
ในบางรายอาจต้องการวิตามินอีมากกว่าคนทั่วไป เช่น คนที่มีปัญหาการดูซึมวิตามินอี ฯลฯ

ประโยช์จากวิตามินอี
1.
วิตามินอีในรูปแบบยา ช่วยรักษาโรคต่างๆเช่น โรคขาดวิตามินอีในเด็ก 
ไปจนถึงโรคที่มีการนำวิตามินอีไปใช้นอกข้อบ่งใช้หลัก เป็นต้นว่า 
โรคปวดปลายประสาทจากการติดเชื้องูสวัด รวมทั้งโรคอัลไซเมอร์
2.
วิตามินอีในรูปแบบอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ใช้เป็นสารกันหืนในอาหาร 
แล้วก็ใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อบำรุงร่างกาย
3.
วิตามินอีในรูปแบบเครื่องสำอาง ใช้เป็นครีมบำรุงผิว เป็นสารกันหืน สารให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว 
ใช้ผสมในครีมกันแดด เนื่องจากวิตามินอีสามารถกรองรังสี UVB ได้

ข้อควรระวัง
ถ้าเกิดมีโรคประจำตัวที่มียาทาประจำอยู่ 
ควรจะปรึกษาหมอหรือเภสัชกรก่อนทุกครั้งว่าสามารถทานวิตามินอีเพื่อเป็นการเสริมอาหารได้หรือเปล่า 
เพื่อตรวจตราว่ายาที่รับประทานอยู่เดิมกับวิตามินอีนั้นมีอันรายกิริยาต่อกันหรือเปล่า 
ทั้งนี้ยกตัวอย่างเช่น ยาบางกลุ่มอาจเกิด ยาตีกัน
กับวิตามินอีได้ เช่น ยาต่อต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านไวรัส 
ยาเคมีบำบัดหรือยากภูมิเป็นต้น ซึ่งผลปรากฏว่าอาจจะทำให้ยาที่ใช้อยู่ไม่ได้ผล 
เกิดอาการเลือดออกผิดปกติ หรืออาการข้างเคียงอื่นๆได้

Continue reading

18 ข้อควรจะทราบก่อนที่จะทำการตัดสินใจไปบริจาคเลือด

การบริจาคเลือดเป็นสิ่งที่ดีมากๆเพราะการบริจาคเลือดมีข้อดีมาก ทั้ง ได้ตรวจร่างกายแบบฟรีๆ,
กระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดใหม่, ลดความเสี่ยงในการเกิดโรค
และที่สำคัญสามารถช่วยต่อชีวิตคนอื่นๆได้
แต่ก่อนที่จะไปบริจาคเลือดควรจะตรวจสอบก่อนว่าสามารถบริจาคได้ไหม
ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลดังนี้
1. มีน้ำหนักเกิน 45 กิโลกรัม
2. มีอายุตั้งแต่ 17-70 บริบรูณ์
3. หยุดทานยาทุกประเภทมาแล้วขั้นต่ำ 1 อาทิตย์
4. ถ้าทำการเจาะหู สัก หรือฝั่งเข็ม จำเป็นต้องรอให้ครบ 1 ปีก่อน
5. ไม่มีประวัติเสพยา และก็จำเป็นต้องพ้นโทษมาแล้วอย่างต่ำ 3 ปี
6. ไม่ได้รับวัคซีนใดๆภายใน 14 วัน หรือเซรุ่มใดๆภายใน 1 ปี
7. ก่อนมาบริจาคเลือดจะต้องนอนพักขั้นต่ำ 6 ชั่วโมง
8. ไม่เป็นโรคหอบหืด, ผิวหนังเรื้อรัง, วัณโรค และก็โรคภูมิแพ้ต่างๆ
9. คุณหรือคู่รักของคุณจะต้องไม่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศหรือเสี่ยงทางเพศ
10. ภายหลังที่ทำฟันมาไม่สมควรไปบริจาคเลือดเลย ควรทิ้งระยะห่างขั้นต่ำ 3 วัน
11. ถ้าหากท่านเคยได้รับการให้เลือดมาควรจะรอใหครบ 1 ปีก่อนจึงจะสามารถบริจาคได้
12. ผู้ที่มีอาการแพ้อาหารสามารถบริจาคเลือดได้ แต่ว่าจะต้องได้รับคำอนุมัตจากหมอก่อน
13. ร่างกายอยู่ในสภาวะสมบรูณ์ ไม่เป็นหวัดหรือท้องเสียก่อนมาบริจาคอย่างน้อย 1 อาทิตย์
14. ผู้หญิงสามารถบริจาคเลือดได้ในขณะที่เป็นประจำเดือน
แต่ว่าต้องแน่ใจว่าสุขภาพกายแข็งแรงดี
15. ไม่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ ไต ตับ ไทรอยด์
หรือโรคที่เกี่ยวกับเลือด
16. หากเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ๆควรจะรอให้ผ่าน 6 เดือนก่อน จึงจะสามารถบริจาคได้
แต่ว่าถ้าหากผ่าตัดเล็กๆสามารถบริจาคได้หลังจากที่ผ่านไปแล้ว 1 เดือน
17. หากเคยมีประวัติเป็นโรคมาลาเรียจะต้องเว้นการบริจาคเลือดไป 3 ปี
แล้วก็ถ้าหากเข้าไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงในการเกิดโรคมาลาเรียควรจะเว้นการบริจาคเลือดอย่างต่ำ 1 ปี
18. ก่อนบริจาคเลือด 1 วัน ควรจะเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
และน้ำตาลสูง นอกจากนั้นยังต้องงดสูบบุหรี่และก็เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอล์
แต่สามารถรับประทานอาหารได้ปกติ และก็ควรจะกินน้ำให้มากๆด้วย
เพื่อป้องกันการเกิดอาการเวียนหัว…

Continue reading

3 ผลไม้ที่มีวิตามินอีสูง บำรุงสุขภาพ-ผิวพรรณ

3 ผลไม้ที่มีวิตามินอีสูง บำรุงสุขภาพ-ผิวพรรณ
วิตามินอี หรือโทโคฟีรอล เป็นวิตามินที่มีความหมายต่อสภาพทางด้านร่างกายอย่างยิ่ง ซึ่งร่างกายของพวกเรานั้นก็จะต้องได้รับ วิตามินE
จากการกินหาร ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์เป็นอย่างมากต่อร่างกาย ในวันนี้พวกเราจะพามามอง ผลไม้ ที่มีวิตามินE สูงกันค่ะ
1. ทับทิม
ทับทิม อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีความหมายต่อร่างกาย คือผลไม้ที่เป็นประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย และก็ยังสามารถเป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย
ในเม็ดทับทิม นั้นมีกรดที่มีประโยชน์ต่อร่างกายดังเช่นว่า วิตามินเอ วิตามินอี ธาตุเหล็ก แคลเซียม รวมทั้งแมกนีเซียม ซึ่งสามารถช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระสูง
ช่วยลดการอักเสบ ป้องกันไข้หวัด ลดระดับความดันเลือด ป้องกันโรคหัวใจ ช่วยกระตุ้นความจำ
ป้องกันอัลไซเมอร์ ป้องกันการอักเสบในช่องท้อง ลดน้ำตาลในเลือด และก็ปกป้องโรคมะเร็ง
2. กล้วยไข่
กล้วยไข่ เป็นกล้วยที่มีวิตามินE สูงมากมายๆถ้าเกิดเปรียบจากกล้วยอื่นๆแล้วยังกินได้ง่าย มีรสชาติที่อร่อย ดังนั้นในกล้วยไข่
ยังมีสารเพคตินซึ่งสามารถช่วยในกระบวนการย่อยของกินและก็ระบบขับถ่าย แล้วก็ยังช่วยบำรุงรักษาผิวพรรณได้ดีอีกด้วย
3. มะม่วง
มะม่วง เป็นแหล่งสะสมสารอาหารที่อุดมด้วยเส้นใย วิตามินบี 6 วิตามินA แล้วก็วิตามินC แล้วก็โพแทสเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี
นอกจากนั้นก็ยังมีเควอซิทิน (Quercetin) เบต้าแคโรทีน (Beta Carotine) กรดโฟลิก รวมทั้ง แอสตรากาลิน (astragalin)
ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคหัวใจ ริ้วรอยก่อนวัย โรคมะเร็ง หรือภาวะเสื่อมของอวัยวะต่างๆที่เกิดขึ้นมาจากสารอนุมูลอิสระ
และยังเป็นผลไม้ที่มีไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอล รวมทั้งโซเดียมต่ำ อีกด้วย โดยแร่ธาตุรวมทั้งวิตามินเหล่านั้นสามารถ ช่วยควบคุมระดับความดันเลือด คุ้มครองโรคมะเร็ง
ช่วยทำให้ระบบที่ทำหน้าที่สำหรับการย่อยอาหารทำงานดียิ่งขึ้น ป้องกันโรคหัวใจ ลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) ภายในร่างกาย
บำรุงสมอง รักษาโรคโรคเบาหวาน บำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ รักษาสิว รักษาโรคโลหิตจางในหญิงที่ตั้งท้อง
แล้วก็เสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย ท่านจะมองเห็นได้เลยว่าในมะม่วงนั้นมีคุณประโยชน์ที่มากมายจริงๆ…

Continue reading

รวมประโยชน์ดีๆ เมื่อดื่มน้ำหลังตื่นนอนทันทีเป็นประจำ

หลายคนคงเคยได้ยินคำแนะนำว่า ให้ดื่มน้ำทันทีที่ตื่นนอน
ซึ่งบางคนอาจจะสงสัยว่าการดื่มน้ำตอนเช้าเป็นประจำนั้นมีประโยชน์เรื่องใดบ้าง
วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยนี้ให้ทุกคนได้รู้กัน
น้ำ ถือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในร่างกายมนุษย์ เราจึงควรดื่มน้ำอย่างน้อย 8
แก้วเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
และหากดื่มน้ำทันทีที่ตื่นนอนตอนเช้าจะได้ประโยชน์มากมายในหลายๆ ด้าน ดังต่อไปนี้
1. ดื่มน้ำตอนเช้า ช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ บำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส มีความชุ่มชื้น
2. เมื่อดื่มน้ำตอนท้องว่าง โดยเฉพาะในตอนเช้า
จะช่วยเคลียร์ลำไส้ให้สามารถดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้เต็มที่
3. เมื่อดื่มน้ำขณะท้องว่าง ในตอนเช้าช่วยปรับสมดุลต่อมน้ำเหลือง
ส่งผลดีต่อระบบภายใน ลดความเสี่ยงอาการอักเสบต่างๆ ได้
4. หากดื่มน้ำทันทีที่ตื่นนอนเป็นประจำ
จะช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพได้
5. ดื่มน้ำสักแก้วหลังจากตื่นนอน จะช่วยรักษาแผลพุพองให้หายได้
นอกจากนี้การดื่มน้ำตอนท้องว่างยังดีต่อระบบย่อยอาหารอีกด้วย
6. น้ำมีส่วนช่วยพยุงการทำงานของข้อต่อและกระดูกทุกส่วนในร่างกาย ดังนั้น
การดื่มน้ำให้เพียงพอจึงมีส่วนช่วยให้คุณห่างไกลโรคปวดหลังและปัญหากระดูกต่างๆได้ดีขึ้น
7. เพียงคุณดื่มน้ำทันทีที่ตื่นนอนจนเป็นนิสัย
จะช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินได้มากพอที่จะช่วยสนับสนุนการลดน้ำหนักได้
8. ช่วยในกระบวนการสร้างเซลล์ใหม่ รวมไปถึงสร้างกล้ามเนื้อใหม่อีกด้วย
9. เพียงดื่มน้ำทันทีที่ตื่นนอนเป็นประจำ จะช่วยป้องกันสาเหตุที่จะเกิดโรคเกี่ยวกับลำคอ
อาการปวดท้องประจำเดือน ปัญหาเกี่ยวกับระบบสายตา ท้องเสีย ท้องร่วง
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ และอาการปวดหัว
10. เมื่อดื่มน้ำทันทีที่ตื่นนอนเป็นประจำ
จะช่วยเรื่องระบบเผาผลาญและระบบย่อยอาหารให้แข็งแรงขึ้น
11. เมื่อดื่มน้ำทันทีที่ตื่นนอน น้ำที่ลงสู่กระเพาะที่ยังว่างเปล่า
จะช่วยจัดระเบียบการทำงานของลำไส้ มีส่วนช่วยในการลดอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี
12. เมื่อดื่มน้ำทันทีที่ตื่นนอนเป็นประจำ
จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ รวมถึงมะเร็งลำไส้
เนื่องจากสารตกค้างที่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะจะถูกน้ำชะล้างไปจนหมด
13. การดื่มน้ำในทุกๆ เช้าเมื่อตื่นนอน จะช่วยกระตุ้นสมองให้สดชื่น
กระตุ้นกระบวนการคิด ความจำ และสมาธิ
14. เมื่อดื่มน้ำทันทีที่ตื่นนอนเป็นประจำ จะช่วยเรื่องผิวพรรณให้ชุ่มชื้นผ่องใส
ห่างไกลโรคผิวหนัง โรคสะเก็ดเงิน ลดการเกิดฝ้า กระ รวมไปถึงริ้วรอยแห่งวัย
15. น้ำที่เราดื่มหลังตื่นนอน จะไปอยู่ในกระเพาะก่อนที่ร่างกายจะรับอาหารเช้า
ซึ่งทำหน้าที่เสมือนตัวกรองสารเคมีและสารพิษที่ติดมากับอาหารได้เป็นอย่างดี
เรียกได้ว่าการดื่มน้ำในตอนเช้ามีประโยชน์รอบด้านเรื่องสุขภาพจริงๆ รู้อย่างนี้แล้ว
สิ่งแรกที่ควรทำเมื่อตื่นนอนคือรีบตรงไปที่ครัวแล้วรินน้ำใส่แก้วมาดื่มเป็นอย่างแรก…

Continue reading

ผงคอลลาเจนมีประโยชน์และโทษอย่างไร

คอลลาเจนแบบผง ปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก
ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ
รวมไปถึงการที่ใช้ดารานักแสดงเข้ามาเป็นพรีเซนเตอร์ต่างๆ มากมาย
ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด สวยใสไม่ต้องฉีด
ด้วยคอลลาเจนเปปไทด์แท้ เพียงแค่คุณชงดื่ม รสชาติเหมือนน้ำผลไม้
เพียงเท่านี้คุณก็จะมีหน้าขาวใส ภายใน 7 วัน
เพียงแค่คลิ๊กด้วยปลายนิ้วคุณก็สามารถหาซื้อมารับประทานกันได้แล้ว
ซึ่งจริงๆ แล้ว คอลลาเจน นั้นจำเป็นต่อร่างกายของเราหรือไม่
วันนี้เราจะมาพูดถึงประโยชน์ของโทษของการบริโภคคอลลาเจนแบบผ
งกัน
เริ่มกันที่ประโยชน์ของ คอลลาเจน
กันก่อนคอลลาเจนที่นำมาบริโภคกันจะ มีแบบน้ำ แบบผง และ แบบฉีด
แบบที่เห็นผลเร็วที่สุดในประมาณที่เท่ากัน
ก็คงต้องเป็นแบบฉีดเนื่องจากเข้าถึงร่างกายได้โดยตรง
แต่คอลลาเจนแบบฉีด เนื่องจากมีราคาแพงทำให้ ไม่เป็นนิยม
ที่ตอนนี้เห็นขายกันอย่างเกลื่อนท้องตลาดในตอนนี้ก็จะเป็นคอลลาเจนแ
บบผง ที่ฮิตกันเหลือเกินมีหลากหลายยี่ห้อมาก เนื่องจากว่าทานง่าย
สามารถนำมาผสมน้ำผลไม้แล้ว ดื่มได้เลย
โดยมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรง
จึงป้องกันและเพิ่มปริมาณคอลลาเจนในร่างกายเพื่อเป็นการเกิดริ้วรอย
ลึกโดยจัดการกับสารอนุมูลอิสระที่ถูกเร่งมาจากปัจจัยต่างๆ
มากมายโดยเฉพาะรังสียูวี ยิ่งป็นตัวการสำคัญ
ที่ก่อให้เกิดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพอีกด้วย
ทำให้ผิวพรรณมีความยืดหยุ่น กระชับใสและมีความเรียบเนียน
ต่อต้านการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
ดังนั้นการดูแลผิวเพื่อการชะลอริ้วรอยโดยรับประทาน คอลลาเจน
ยังเป็นอีกวิธีการหนึ่งในการเติมคอลลาเจนให้กับชั้นผิว

ในทางตรงกันข้ามก็มีโทษด้วยเช่นกัน
หากบริโภคคอลลาเจนที่ผสมสารอื่นๆ
โดยจริงๆแล้วคอลลาเจนก็คือส่วนต่างๆของร่างกาย ตั้งแต่เส้นผมผม
เล็บ กล้ามเนื้อ เนื้อ หนัง ล้วนแต่เป็นคอลลาเจนด้วยกันทั้งสิ้น
ดังนั้นคอลลาเจนก็คือ เนื้อตัวเรา แล้วโปรตีนที่อยู่ในสัตว์อื่นๆ ทั้งหลาย
แต่ที่นิยมกันในเวลานี้คือการสกัดคอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึก
ซึ่งมักจะโฆษณากันว่า คอลลาเจนผงจากปลาทะเลน้ำลึก
หรือไม่ก็คลาลาเจนจากหอยปุก คอลลาเจนบริสุทธิ์ ฯลฯ
เพื่อให้ผู้บริโภคได้เห็นว่าเป็นของที่หายาก
นอกจากนี้ข้อเสียต่างๆที่อาจจะเกิดตามมาคือ อาการคลื่นไส้
อาเจียน แต่ถ้าพบคนที่มีอาการแพ้มากจะเกิดอาการบวม แน่นหน้าอก
จนถึงขั้นหายใจไม่ออกได้เลย ดังนั้นคนที่แพ้อาหารทะเล
จึงไม่สามารถใช้คลอลาเจนที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึกได้
โดยคอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึกมักจะพบสารปนเปื้อนจำพวกพวกโล
หะหนักที่ติดมาจากทะเลน้ำลึก ได้แก่ พวกตะกั่ว ปรอท
ทั้งนี้คนที่ไม่มีอาการแพ้ แต่หากว่าบริโภคไปมากๆ
จะทำให้ไตทำงานหนัก
ไม่ได้หยุดพักจะพบปัญหาไตทำงานหนักจนถึงขั้นไตวายได้…

Continue reading

ประโยชน์ของน้ำซาวข้าวที่ไม่ควรมองข้าม

เราหลายคนต่างมองหาอาหารที่ดีต่อสุขภาพแต่ก็มีหลายคนที่มองข้ามสิ่งใกล้ตัวอย่าง น้ำซาวข้าว
และไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร สำหรับ น้ำซาวข้าว คือ น้ำที่ได้จากการล้างข้าวสารก่อนที่จะนำไปหุง
โดยปกติเราจะเทน้ำซาวข้าวทิ้งทุกครั้ง ซึ่งจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน
แบบแรกคือ น้ำข้าวที่เกิดจากการหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ
ซึ่งจะต้องใช้หม้อใส่ข้าวสารตั้งบนเตาถ่าน กระบวนการเริ่มต้นโดยล้างหรือซาวข้าวเพื่อขจัดฝุ่นผงและสิ่งแปลกปลอมต่างๆ
ออก จนกระทั่งน้ำล้างข้าวใส แล้วจึงเติมน้ำปริมาณมากลงไป ต้มให้เดือด
ส่วนอีกแบบคือน้ำที่เกิดจากการซาวข้าว
ซึ่งเป็นการหุงข้าวแบบปัจจุบันที่ต้องนำข้าวสารไปซาวหรือไปล้าง
ส่วนใหญ่มักจะใช้น้ำที่สองเพราะน้ำแรกนั้นจะมีฝุ่นค่อนข้างเยอะ
ไม่น่าเชื่อว่าในน้ำซาวข้าว จะมีสารจำพวกวิตามินบี 3
หรือไนอะซินปะปนอยู่ สารพวกนี้จะช่วยทำลายพิษจากมลพิษ
แอลกอฮอล์ และยาเสพติดได้ รวมทั้งมีวิตามินบี 2
ช่วยป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด อันเป็นสาเหตุให้เส้นเลือดแข็งตัวและช่วยกำจัดไขมันอิ่มตัวในเส้นเลือดอีกด้วย
ที่นี่เรามาดูประโยชน์ของน้ำซาวข้าวกันว่ามีอะไรบ้าง
1.ขจัดสารตกค้างใช้ล้างผลผักผลไม้
สำหรับน้ำซาวข้าว สามารถใช้ล้างผัก ผลไม้
ขจัดสารพิษตกค้างได้ และยังใช้ล้างถ้วย ชาม ช้อน ส้อม
ที่ติดคราบไขมันได้สะอาดดี ใช้ล้างเมือกคาวปลาไร้กลิ่นเหม็นคาวปลาได้ชะงัก
และสาวๆที่ผิวหน้ามัน กรองน้ำซาว ข้าวทิ้งไว้ให้ตกตะกอน
ใช้ล้างหน้าขจัดความมัน และยังทำให้มือนุ่มอีกด้วย
ส่วนวิธีทำให้นำน้าซาวข้าวมาใช้ล้างผัก ผลไม้
จะช่วยขจัดสารพิษตกค้างได้ดี วิธีทำคือ
ให้เด็ดใบผักลงแช่ในน้ำซาวข้าวประมาณ 5-15 นาที
เพื่อให้สารพิษที่ตกค้างอยู่เจือจางลงแล้วจึงล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
2.รักษาผิวหน้า
น้ำซาวข้าวนั้นช่วยในการรักษาสิวฝ้าบนใบหน้า
ทำให้หน้าขาวนวล นุ่มนิ่ม
สามารถใช้ได้ทั้งตอนเช้าและเย็นใช้เป็นประจำรับรองว่าหน้าของคุณจะนวลขึ้น
3.ขจัดรังแคแก้อาการคันศีรษะ
สามารถนำน้ำซาวข้าวไปผสมกับมะกรูด
เพื่อทำเป็นยาสมุนไพรในการกำจัดรังแคบนศีรษะได้เป็นประจำ
แต่ก็ควรต้องระวังอย่าให้เข้าตาเพราะอาจจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้
ส่วนประเภทของน้ำซาวข้าวนั้นก็มีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไปอย่างเช่นข้าวสาร
นั้นจะช่วยในเรื่องของการรักษาอาการท้องอืด, ลมพิษรวมไปถึงพยาธิลำไส้
ขณะที่ข้าวเหนียวจะช่วยในเรื่องของอาการท้องร่วง, ท้องบิด…

Continue reading

แสงสีฟ้าจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลต่อตาคุณจริงไหม

สำหรับเพื่อการดำรงชีวิตทุกวันของพวกเราทุกๆคน การใช้สายตาเป็นเสมือนการเปิดประสบการณ์ชีวิตแบบใหม่ ในแบบที่หลากหลาย แปลกและสมควร สำหรับเพื่อการศึกษา 
ในลักษณะของตัวคุณเอง รวมทั้งในทุกวัน แสงสว่างที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสายตาที่พวกเรามองเห็น ที่ได้มาจากธรรมชาติ รวมทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่นำไปสู่แสงสว่างและก็ภาพ เพื่อมีการทำความเข้าใจ 
ในชีวิตประจำวัน มันส่งผลเสียต่อกระจก รวมทั้ง เลนท์ นัยตาขอพวกเรามีการทำศึกษาค้นคว้าจากมหาวิทยาลัยToledo เรื่องจุดเด่นจุดอ่อนของแสงสีฟ้าที่เกิดขึ้นมาจากวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับเพื่อการใช้งานเวลากลางคืน
โดยแสงไฟไม่พอนำมาซึ่งการทำให้หน้าจอประสาทตาทำงานหนัก ซึ่งจะทำให้สารเคมีบางตัวในจอประสาทเสียความสมดุล โดยการหลั่งสารบางจำพวกในหน้าจอประสาทตามากมายกำเนิดจนกระทั่งอยู่ในสถานการณ์ความเป็นพิษ 
และส่งผลเสียโดยตรงของดวงตาของพวกเรา สารที่ว่านั่นก็เป็น เมลาโทนิล ในหน้าจอประสาทตาจะมีเซลล์รับแสงสว่าง
โดยแบ่งได้ ต้นแบบ ซึ่งก็คือ rods แล้วก็ cones เซลล์รับแสงสว่างแบบ rods จะมีสารประเภทหนึ่งที่เรียกว่าโปรตีนที่ชื่อว่า rhodopsin ที่มีบทบาทช่วยสำหรับในการตรวจค้นแสงสว่าง 
โดยมีโมเลกุลของเรติน่าที่ค่อยปฏิบัติภารกิจซับแสงสว่าง จะมีความพิเศษรวมทั้งลักษณ์จุดเด่น ในสารประเภทหนึ่งในต้นแบบการรับแสงสว่างแบบ rods เป็นสารโปรตีน ชื่อว่า rhodopsin เมื่อโปรตอ
ของแสงสีฟ้าในกลางคืน จากวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตกกระทบหน้าจอประสาทตา เซลล์พิเศษประเภทนี้จะคอ่ยเปลี่ยนรูปร่างที่ละนิดหน่อย ด้วยการบิดตัวในลักษณะของเซลล์ ทำให้สารเคมีเปลี่ยนรูปแบบของเซลล์ 
รวมทั้งมีผลไปยังประสาทตาผ่านไปยังสมองโดย optical nerve
นักค้นคว้าที่มหาวิทยาลัย Toledo โดย Ajith Karunarathne บอกคำจำกัดความสั่นไว้ว่า “ คุณจำต้องดูแลหน้าจอประสาทตาให้ดีถ้าหากคุณยังต้องการมองเห็นอยู่” เพราะเหตุนี้นักค้นคว้าได้อ้างอิงแล้วก็ทดสอบหาจุดเด่นข้อบกพร่อง 
เพื่อหาผลสรุปแสงสีฟ้าที่ออกมาจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ และก็หาทางคุ้มครองปกป้อง รวมทั้งการดูแลและรักษาหน้าจอประสาทตา ที่จะต้องรับแสงสีฟ้าในยุคดิจิตอล ให้เหมาะสมกับการดูแลสุขภาพ ให้เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

Continue reading

เผยสาเหตุ? เพราะเหตุใดถึงเป็นโรคลมพิษ

โรคลมพิษ (Urticaria) เป็นอาการทางผิวหนังที่มีลักษณะเป็นผื่นหรือผื่นนูนแดง ไม่มีขุย มีขนาดตั้งแต่ 0.5 – 10เซนติเมตร 
กระจัดกระจายตามร่างกายอย่างเร็ว และก็ทำให้ผู้เจ็บป่วยมีลักษณะอาการคันตามรอบๆที่มีผื่นขึ้น ปกติแล้วจะหายได้เองภายใน 1 วันและก็จะไม่ทิ้งรอยอะไรไว้ด้วย แม้กระนั้นก็สามารถขึ้นผื่นได้อีก
สำหรับผื่นคันนั้นแบ่งออกเป็น กลุ่ม เป็น โรคผื่นคันรุนแรงและก็โรคผื่นคันเรื้อรัง โดยโรคผื่นคันฉับพลัน เป็น 
ผื่นลมพิษที่จะเกิดขึ้นตามร่างกายในช่วงเวลาต่อเนื่องกันไม่เกิน อาทิตย์ แม้กระนั้นถ้าเกิดลมพิษเรื้อรังจะเป็นผื่นผื่นคันที่มีลักษณะเป็นหาย
โดยตลอดนานเกินกว่า อาทิตย์ขึ้นไป ถ้าเกิดพวกเรามองจากข้อมูลทางสถิติของคนเจ็บโรคลมพิษเรื้อรังในประเทศไทยที่เข้ารับการดูแลและรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช 
จะพบว่าส่วนมากเป็นเพศหญิง มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 35 ปี รวมทั้งตลอดชีวิตผู้ป่วยมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้อีกโดยประมาณจำนวนร้อยละ 0.5 – 1
โรคลมพิษนั้นมักระบุสาเหตุที่เป็นไม่ได้ แต่โดยมากแล้วจะมาจากปัจจัยดังต่อไปนี้
1. 
ของกิน ตัวอย่างเช่น อาหารทะเล สารกันบูด สีผสมอาหารบางจำพวก
2. 
การแพ้ยาบางจำพวก
3. 
การได้รับเชื้อเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา หรือพยาธิ
4. 
โรคต่อมไทรอยด์
5. 
การตอบสนองต่อความร้อน เย็น การบริหารร่างกาย หรือแสงอาทิตย์มากเกินความจำเป็น
6. 
การแพ้สารที่สัมผัส ผื่นลมพิษเกิดขึ้นในตำแหน่งที่ผิวหนังสัมผัสกับสารที่แพ้ อาทิเช่น การแพ้ยาง (Iatex) ขนสัตว์พืช หรือของกินบางประเภท รวมถึงอาการแพ้พิษจากสัตว์ ได้แก่ ผึ้ง
8. 
โรคมะเร็ง อาทิเช่น โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือระบบอื่นๆของร่างกาย และก็ยังมีสาหตุฯลฯ
วิธีการรักษาโรคลมพิษ
สำหรับแนวทางการดูแลรักษาโรคผื่นคันในเรื่องที่สามารถสืบค้นจนรู้ต้นเหตุแล้วก็แก้ไขสาเหตุได้ เมื่อกินยาต่อต้านฮิสตามีนไปแล้วผื่นลมพิษมักหายได้เร็ว 
แต่ว่าแม้หาสาเหตุไม่เจอ หมอจำเป็นที่จะต้องให้ยาตั้งแต่ ชนิดขึ้นไปเพื่อควบคุมอาการผื่นลมพิษให้สงบลงได้ ฯลฯ

Continue reading

ดีจนต้องบอกต่อ!4ครีมทาผิวหน้าที่ดีที่สุด

OLAY White Radiance Brightening Intensive
ตัวนี้เค้ามีคู่ทั้งกลางวัน-กลางคืนเลยล่ะ เด็ดพอตัวเลย เพราะว่าเค้าจะมาตอบโจทย์ให้สาว ๆ ที่ต้องการมีผิวกระจ่างใส
ผิวชุ่มชื้น เพราะตัวนี้จะช่วยเพิ่มมอยส์เจอไรเซอร์ให้ผิว ช่วยให้ผิวนุ่ม ลดเลือนจุดด่างดำ
และปรับสีผิวให้สม่ำเสมออีกด้วยนะจ๊ะ ที่สำคัญครีมแบบกลางวัน (Day Cream) เค้ามาพร้อมกับ SPF 24 PA++ ☀️
แน่นอนว่าช่วยกันแดดไปในตัวด้วย โดยมีชื่อเต็ม ๆ ว่า 'OLAY White Radiance Brightening Intensive Day Cream
SPF 24 PA++' และแบบกลางคืนก็คือ 'Olay White Radiance Brightening Night Cream' นั่นเอง ส่วนราคาก็อยู่ที่เพียง
499 บาทเท่านั้น
Eucerin White Therapy
ตัวนี้นางก็มาทั้งแบบกลางวัน และกลางคืนเช่นกัน
ความดีงามของนางก็สมกับการเป็นเวชสำอางคือ..ทั้งช่วยบำรุงให้ผิวกระจ่างใส ดูเป็นธรรมชาติ เรียบเนียน
ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ และทีเด็ดก็อยู่ที่ช่วยให้รอยสิวดูจางลง ลดเลือนจุดด่างดำบนผิวหน้า และความหมองคล้ำต่าง ๆ
นอกจากนี้ยังช่วยในการลดเลือน กระ ฝ้าแดด อีกด้วย ตัวนี้เหมาะกับสาวคนไหนที่เจอแดดอยู่บ่อย ๆ หรือผิวอักเสบ
มีรอยสิวหรือรอยแผลเป็นจากสิวไปตำตัวนี้กันได้เลย ส่วนราคาอยู่ที่ 1,890 บาท
L'oreal White Perfect
นี่ก็เป็นอีกเจ้าที่มาทั้ง Day Cream �� / Night Cream กันเลยทีเดียว มาเริ่มกันที่ครีมกลางวันก่อนดีกว่า..
ชื่อเต็มมีอยู่ว่า 'L'oreal White Perfect Day Cream SPF 17 PA++' มาพร้อมกับ SPF 17 PA++ กันเลยทีเดียว
แน่นอนว่าช่วยเรื่องการป้องกัน หรือกรอง UV จากแสงแดดได้ นอกจากนี้ครีมกลางวันตัวนี้ยังช่วยให้ผิวกระจ่างใส
ลดเลือนจุดด่างดำ ช่วยให้สีผิวบนหน้าของสาว ๆ สม่ำเสมอขึ้นอีกด้วยนั่นเอง ต่อกันที่ Night Cream
หรือครีมกลางคืนเลยดีกว่า..ตัวนี้จะเป็นแบบไวเทนนิ่ง ช่วยเรื่องผิวกระจ่างใส ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ความหมองคล้ำ
ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวของชาวเรานั่นเอง ส่วนราคาก็อยู่ที่เพียง 399 บาท
SANA JAPAN NAMERAKA HONPO SOY ISOFLAVONE
ตัวนี้มาพร้อมกับชื่อที่..ยาวมว๊ากก 'SANA JAPAN NAMERAKA HONPO SOY ISOFLAVONE ALL-IN-1 FACE
MOISTURE GEL CREAM' ครีมเต้าหู้ยอดฮิตจากญี่ปุ่น ที่ครองใจสาว ๆ นั่นเอง ความดีความชอบก็คือ..
ตัวนี้เนี่ยชูโรงมาด้วยการที่ไม่ใส่สี ไม่มีน้ำมัน ปราศจากน้ำหอม เนื้อครีมจะออกข้น ๆ หน่อย
ความสามารถของเจ้าตัวนี้คือ ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ให้ความกระจ่างใส ปกป้องผิวจากรังสี UV ที่สำคัญเป็น 6in1
คือช่วยบำรุงผิวตั้งแต่การเป็น Essence, Lotion, Cream, Milk, Primer Base และเป็นมาสก์ผิวนั่นเอง ส่วนราคาเพียง
499 บาท…

Continue reading